
Bella feel คืออะไร? ของประเทศอะไร? ต่างจากฟิลเลอร์ HA อย่างไร?
Bella feel สารเติมเต็มที่ใช้สำหรับงานด้านความงาม โดยมีจุดประสงค์เพื่อเติมเต็มบริเวณที่ต้องการให้ใบหน้าดูมีมิติและสมดุลมากขึ้น แต่ก่อนจะเลือกฉีด หลายคนอาจยังสงสัยว่า Bella feel เป็นฟิลเลอร์ประเภทไหน ผลิตจากประเทศอะไร และมีคุณสมบัติแตกต่างจากฟิลเลอร์ HA ที่คุ้นเคยกันอย่างไร
สำหรับใครที่กำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Bella feel อยู่ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักตั้งแต่พื้นฐาน พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างกับฟิลเลอร์ HA แบบเข้าใจง่าย
Bella feel คืออะไร

Bella feel หรือ Bellafill® เป็นสารเติมเต็มชนิด PMMA (Polymethyl Methacrylate) ที่มีลักษณะแตกต่างจากฟิลเลอร์ HA ทั่วไป โดยประกอบด้วยอนุภาค PMMA microspheres แขวนลอยอยู่ในเจลคอลลาเจนจากวัว ซึ่งตัวเจลช่วยเพิ่มปริมาตรในช่วงแรก ขณะที่อนุภาค PMMA จะคงอยู่ในเนื้อเยื่อและทำหน้าที่เป็นโครงสร้างรองรับการสร้างคอลลาเจนของร่างกายในระยะยาว
ผลิตภัณฑ์นี้มีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกา และ Bellafill ได้รับการรับรองจาก FDA สำหรับการแก้ไขร่องแก้ม (nasolabial folds) และแผลเป็นหลุมสิวชนิด atrophic, distensible บริเวณแก้มในผู้ที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป
Bella feel ดีไหม ?
Bellafill มีคุณสมบัติเฉพาะตัวจากการใช้ PMMA ซึ่งไม่สามารถนำไปเทียบกับ HA filler แบบตรงๆ ได้ทั้งหมด จุดเด่นคือให้การเติมเต็มตั้งแต่หลังฉีด และเมื่อเวลาผ่านไปเจลคอลลาเจนจะถูกดูดซึม ขณะที่ PMMA microspheres ยังคงอยู่และทำหน้าที่เป็นโครงสร้างให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเพิ่มเติม จึงมีข้อมูลรองรับเรื่องผลลัพธ์ในระยะยาว โดยเฉพาะการใช้บริเวณร่องแก้ม
Bella feel อยู่ได้นานแค่ไหน
เรื่องระยะเวลาถือเป็นจุดที่ทำให้ Bella feel แตกต่างจากฟิลเลอร์หลายประเภท โดยข้อมูลจากผู้ผลิตระบุระยะเวลาที่มีหลักฐานรองรับแตกต่างกันตามบริเวณที่ใช้ ได้แก่
ร่องแก้ม (Nasolabial folds) : ผลลัพธ์อยู่ได้นานสูงสุดประมาณ 5 ปี
แผลเป็นหลุมสิวบริเวณแก้ม : มีข้อมูลผลลัพธ์ที่ 12 เดือน
Bella feel กับ ฟิลเลอร์ HA ต่างกันอย่างไร
| หัวข้อ | Bella feel | ฟิลเลอร์ HA |
|---|---|---|
| สารสำคัญ | PMMA microspheres + bovine collagen gel | Hyaluronic Acid (HA) |
| การออกฤทธิ์ | เติมเต็มทันที พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว | เติมเต็มและเพิ่ม volume จาก HA |
| การสลาย | PMMA microspheres ไม่สลาย | HA สามารถสลายได้ตามธรรมชาติ |
| ระยะเวลา | มีข้อมูลผลลัพธ์บริเวณร่องแก้มถึง 5 ปี | แตกต่างตามชนิดและตำแหน่งที่ฉีด |
| การแก้ไข | ไม่สามารถใช้ hyaluronidase สลาย PMMA ได้ | ใช้ hyaluronidase ช่วยสลายได้ |
Bella feel ต่างจากยี่ห้ออื่นๆ อย่างไร
จุดที่แตกต่างของ Bellafill คือ PMMA microspheres ที่ไม่สลายตัว ซึ่งมีขนาดประมาณ 30-50 ไมครอน และแขวนลอยอยู่ใน bovine collagen gel เมื่อฉีดเข้าไป เจลคอลลาเจนจะช่วยให้เกิด volume ในระยะแรก ขณะที่ PMMA ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างรองรับการสร้างคอลลาเจนในระยะต่อมา
Bella feel ฉีดจุดไหนได้บ้าง

สำหรับข้อบ่งใช้ที่ได้รับการรับรองจาก FDA Bellafill ใช้สำหรับ
ร่องแก้ม (Nasolabial folds)
แผลเป็นหลุมสิวบริเวณแก้ม ในลักษณะที่เข้าเกณฑ์ตามข้อบ่งใช้
เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน ?
ร่องแก้มที่เห็นชัดจากการสูญเสีย volume และการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย
แผลเป็นหลุมสิวชนิด atrophic ที่บริเวณแก้ม ตามข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์
ปัญหาผิวที่ต้องการการเติมเต็มร่วมกับการสร้างโครงสร้างคอลลาเจนในระยะยาว
เหมาะกับใครบ้าง?

- ผู้ที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป และมีปัญหาตรงตามข้อบ่งใช้
- ผู้ที่ต้องการแก้ไขร่องแก้มและต้องการผลลัพธ์ในระยะยาว
- ผู้ที่มีแผลเป็นหลุมสิวบริเวณแก้ม
- ผู้ที่เข้าใจว่า PMMA เป็นวัสดุที่ไม่สามารถสลายได้เหมือน HA
- ผู้ที่ผ่านการประเมินและเห็นว่าเหมาะสมโดยแพทย์ผู้ทำหัตถการ
ข้อควรระวังเพิ่มเติม มีอะไรบ้าง
เนื่องจาก Bella feel มีส่วนประกอบและคุณสมบัติต่างจาก HA filler การตรวจสอบประวัติก่อนฉีดจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุข้อห้ามใช้และข้อควรระวังหลายประการ เช่น
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ bovine collagen ไม่ควรใช้
- ผู้ที่แพ้ lidocaine ไม่ควรใช้
- ผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรงหลายชนิดหรือเคยมี anaphylaxis ต้องแจ้งแพทย์
- ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ
- ผู้ที่มีแนวโน้มเกิด keloid หรือ hypertrophic scar ควรได้รับการประเมินก่อน
- Bellafill มีการกำหนดให้ทำ skin test ตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ก่อนการรักษา
- ไม่ควรใช้สำหรับการเพิ่มริมฝีปากหรือฉีดเข้า vermilion/wet mucosa ตามเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์
ฟิลเลอร์ Bella feel มีทั้งหมดกี่รุ่น รุ่นอะไรบ้าง
| ข้อมูล | Classic | Deep | Volume |
|---|---|---|---|
| ข้อบ่งใช้ | ริ้วรอยตื้น ผิวชั้นบน | ริ้วรอย ปานกลาง–ลึก | เพิ่มวอลลุ่ม ริมฝีปาก |
| ระดับการ เชื่อมขวาง | ระดับ 1 | ระดับ 2 | ระดับ 3 |
| ค่าความยืดหยุ่น และความหนืด | 75 Pa | 138 Pa | 256 Pa |
| ปริมาณยาชา | 3% | 3% | 3% |
| บรรจุภัณฑ์ | 1 × 1 mL | 1 × 1 mL | 1 × 1 mL |
| ขนาดเข็ม ที่แนะนำ | 30G | 27G | 27G |
Bella feel ฟิลเลอร์ประเทศอะไร
Bella feel หรือ Bellafill® เป็นสารเติมเต็มชนิด PMMA collagen dermal filler ที่ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา โดยมีส่วนประกอบสำคัญคือ PMMA microspheres ซึ่งไม่สามารถดูดซึมได้ แขวนลอยอยู่ในเจลคอลลาเจนจากวัว พร้อมมี lidocaine ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายขณะฉีด
ทำไมต้องฟิลเลอร์ Bella feel
ความน่าสนใจของ Bellafill อยู่ที่กลไกการทำงานที่แตกต่างจากสารเติมเต็มกลุ่ม HA โดยหลังฉีด เจลคอลลาเจนจะช่วยเติมเต็มบริเวณที่มีร่องหรือการยุบตัว ขณะที่ PMMA microspheres จะคงอยู่เพื่อเป็นโครงสร้างรองรับการสร้างคอลลาเจนของร่างกายในระยะต่อมา จึงเหมาะกับคนที่กำลังศึกษาสารเติมเต็มที่มีข้อมูลด้านผลลัพธ์ระยะยาว และต้องการทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง PMMA filler กับ HA filler ก่อนตัดสินใจ
ข้อดีของโปรแกรม Bella feel ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
ช่วยเติมเต็มร่องแก้ม (Nasolabial folds) ตามข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์
แก้ไขแผลเป็นหลุมสิวชนิด atrophic และ distensible บริเวณแก้ม
ให้การเติมเต็มตั้งแต่ช่วงแรกหลังฉีดจากส่วนของ collagen gel
PMMA microspheres ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างรองรับผิวในระยะยาว
มีข้อมูลการศึกษาผลลัพธ์ของการแก้ไขร่องแก้มต่อเนื่องถึง 5 ปี
ข้อแนะนำเตรียมตัวก่อนฉีด

- แจ้งประวัติการแพ้ยา การแพ้คอลลาเจนจากวัว และ lidocaine
- แจ้งประวัติการแพ้อย่างรุนแรงหรือภาวะ anaphylaxis
- แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด
- แจ้งประวัติการเกิดคีลอยด์หรือแผลเป็นนูนผิดปกติ
- หากมีผื่น สิวอักเสบ การติดเชื้อ หรือการอักเสบในบริเวณที่จะฉีด ควรแจ้งแพทย์และเลื่อนการรักษาจนกว่าปัญหาจะได้รับการควบคุม
- ผลิตภัณฑ์กำหนดให้มีการทำ Bellafill Skin Test และประเมินผลก่อนการฉีดตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์
- แจ้งแพทย์หากกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
ขั้นตอนการฉีด Bella feel

- ปรึกษาและประเมินโดยแพทย์เพื่อดูปัญหา ตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข และความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์
- ตรวจสอบประวัติและข้อห้ามใช้ รวมถึงประวัติการแพ้และการเกิดแผลเป็นผิดปกติ
- ทำ Bellafill Skin Test ตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์
- วางแผนการรักษา กำหนดตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสม
- เตรียมบริเวณที่จะฉีดให้สะอาดและพร้อมสำหรับหัตถการ
- ฉีดสารเติมเต็มในชั้นที่เหมาะสม โดยแพทย์จะควบคุมตำแหน่งและ
- ปริมาณตามแผนการรักษา
- ประเมินผลหลังฉีด พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองและติดตามผล
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด Bella feel
หลังฉีดอาจพบอาการข้างเคียงชั่วคราว เช่น บวม แดง เจ็บ ช้ำ คัน หรือมีตุ่มบริเวณที่ฉีดได้ โดยอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นชั่วคราวและโดยทั่วไปดีขึ้นภายในประมาณ 1-7 วัน แต่บางกรณีอาจมีตุ่มหรือก้อนที่เกิดขึ้นภายหลังและคงอยู่นานกว่านั้น
ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หลังทำอย่างเคร่งครัด
หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดเอง หากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
รักษาความสะอาดบริเวณที่ทำหัตถการ
หากมีอาการบวม แดง หรือช้ำ ให้สังเกตอาการและติดตามตามนัด
หลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือผลิตภัณฑ์ที่แพทย์แนะนำให้เว้นในช่วงพักฟื้น
หากมีอาการผิดปกติรุนแรง เช่น ปวดมากผิดปกติ ผิวบริเวณฉีดเปลี่ยนสี การมองเห็นผิดปกติ หรือมีอาการที่น่าสงสัย ควรติดต่อแพทย์ทันที
Bella feel ปลอดภัยหรือไม่? ข้อเสียและข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนฉีด
Bella feel มีข้อมูลการศึกษาด้านความปลอดภัยและประสิทธิผล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกคน เพราะ PMMA microspheres เป็นวัสดุที่ไม่สามารถดูดซึมได้และการฝังถือเป็นแบบถาวร หากต้องการนำออกจะต้องอาศัยการนำออกทางกายภาพ จึงควรตัดสินใจบนพื้นฐานของการประเมินโดยแพทย์มากกว่าดูเฉพาะเรื่องระยะเวลาการคงอยู่ โดยข้อควรระวัง ได้แก่
ห้ามใช้ในผู้ที่มีผล Skin Test เป็นบวก
ผู้ที่มีประวัติแพ้ bovine collagen ไม่ควรใช้
ผู้ที่แพ้ lidocaine ไม่ควรใช้
ผู้ที่มีประวัติ anaphylaxis หรืออาการแพ้รุนแรงหลายชนิดต้องแจ้งแพทย์
ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติต้องได้รับการประเมิน
ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีแนวโน้มเกิด keloid หรือ hypertrophic scar
ไม่ได้รับการรับรองสำหรับการเสริมริมฝีปากตามเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์
ไม่ควรฉีดเข้าเส้นเลือด เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
ความปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรยังไม่ได้รับการยืนยัน
วิธีเช็ก Bella feel ของแท้
เลือกทำกับสถานพยาบาลและแพทย์ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ได้
ขอให้ตรวจสอบกล่องและผลิตภัณฑ์ก่อนเปิดใช้
ตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่นการผลิต เลขล็อต และวันหมดอายุ
ตรวจดูว่าบรรจุภัณฑ์และซีลอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยถูกเปิดหรือดัดแปลง
หากมี QR Code หรือระบบตรวจสอบจากผู้จัดจำหน่าย ให้ตรวจสอบผ่านช่องทางทางการ
หากสงสัยว่าผลิตภัณฑ์ไม่ตรงกับข้อมูลที่ระบุ ควรหยุดการฉีดและสอบถามผู้ให้บริการหรือผู้จัดจำหน่ายก่อน
เอกสารกำกับ Bellafill ระบุว่าผลิตภัณฑ์บรรจุในถาดปิดผนึก มี syringe สำหรับใช้กับผู้ป่วยรายเดียว และไม่ควรใช้หากซีลบรรจุภัณฑ์หรือ syringe ถูกเปิดหรือชำรุด
รวมข้อควรรู้เพื่อพิจารณาเลือกฉีด Bella feel ที่ไหนดี
- มีแพทย์เป็นผู้ประเมินและทำหัตถการ
- แพทย์สามารถอธิบายได้ว่า Bellafill เหมาะกับปัญหาของเราหรือไม่
- มีการตรวจสอบประวัติการแพ้และข้อห้ามใช้ก่อนทำ
- สามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์และแหล่งที่มาได้
- มีการเปิดผลิตภัณฑ์ต่อหน้าผู้รับบริการ
- มีการอธิบายข้อดี ข้อจำกัด และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ
- มีระบบติดตามผลหลังทำ
- สถานพยาบาลมีช่องทางติดต่อเมื่อเกิดอาการผิดปกติ
Bella feel ราคาเท่าไร?
ราคาของ Bella feel อาจแตกต่างกันตามจำนวนที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด แผนการรักษา และรายละเอียดบริการของแต่ละสถานพยาบาล หากสนใจ Bella feel แนะนำสอบถามราคาที่หน้าร้านโดยตรง พร้อมให้แพทย์ประเมินปัญหาและปริมาณที่เหมาะสมก่อน เพื่อให้ทราบค่าใช้จ่ายตามแผนการรักษาจริง
ทำไมต้องโปรแกรม Bella feel ที่คลาสคลินิก
หากกำลังมองหาสถานพยาบาลสำหรับปรึกษาเรื่อง Bella feel สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือกระบวนการดูแลตั้งแต่ก่อนทำ ระหว่างทำ ไปจนถึงการติดตามผล
สำหรับ Class Clinic เรามีการบริการในลักษณะของการดูแลแบบเป็นขั้นตอน เช่น การพูดคุยและประเมินปัญหาก่อนทำ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และข้อควรระวัง รวมถึงการติดตามผลหลังหัตถการ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลบริการและช่องทางติดต่อของ Class Clinic ได้ที่ https://classclinic-official.com/
Bella feel รีวิว
หลังทำจะเริ่มสังเกตได้ว่าบริเวณที่ได้รับการเติมเต็มดูเรียบเนียนและมีมิติมากขึ้น โดยเฉพาะจุดที่เคยมีร่องหรือผิวดูยุบตัว ความลึกของร่องดูลดลง ผิวโดยรวมจึงดูเต็มและสม่ำเสมอขึ้น ใบหน้าดูละมุนขึ้น
เมื่ออาการบวมและรอยช้ำหลังทำค่อยๆ ลดลง ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ผิวบริเวณที่เติมจะดูกลมกลืนกับผิวโดยรอบ ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูสดใสและสมดุลขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Bella feel
A: อาจรู้สึกเจ็บหรือแสบเล็กน้อยขณะฉีดได้ โดย Bellafill มีส่วนผสมของ lidocaine ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำ
A: มีโอกาสเกิดก้อนหรือตุ่มบริเวณที่ฉีดได้ โดยเฉพาะหากฉีดไม่เหมาะสม จึงควรให้แพทย์ประเมินตำแหน่งและความเหมาะสมก่อนทำ
A: ช่วงแรกอาจมีบวม แดง หรือช้ำได้ โดยอาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 1-7 วัน ส่วนผลลัพธ์ควรประเมินหลังอาการบวมลดลง
A: อาจพบสิวหรือการอักเสบบริเวณที่ฉีดได้ในบางราย
สรุป
Bella feel เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในกลุ่มสารเติมเต็มที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว โดย Bellafill มีส่วนประกอบของ PMMA microspheres ใน collagen gel จึงมีกลไกการทำงานแตกต่างจากฟิลเลอร์ HA ทั่วไป และมีข้อมูลรองรับผลลัพธ์ในระยะยาวสำหรับข้อบ่งใช้บางประเภท ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ควรดูทั้งชนิดของสารเติมเต็ม ตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข และความเหมาะสมกับตัวเองด้วย
หากกำลังสนใจ Bella feel และอยากประเมินว่าตัวเลือกนี้เหมาะกับปัญหาของตัวเองหรือไม่ สามารถศึกษาข้อมูลบริการและแนวทางการดูแลของ Class Clinic ได้ โดยทางคลินิกมีบริการด้านฟิลเลอร์และการปรับรูปหน้า พร้อมการประเมินโดยแพทย์ก่อนทำหัตถการ เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคลค่ะ