
Regene เหมาะกับใคร? ข้อควรรู้ก่อนทำ ผิวแบบไหน ? ควรเลือก
โปรแกรม Regene คือ นวัตกรรมการฟื้นฟูผิวเกรดพรีเมียมจากเกาหลี ประกอบไปด้วยส่วนผสม 3 ชนิด ได้แก่ HA, PN (Salmon DNA) และสารอาหารผิวมากกว่า 50 ชนิด ช่วยแก้ไขปัญหาผิวได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหมองคล้ำ ผิวแห้ง มีริ้วรอย หรือผิวบอบบาง เป็นต้น
บทความจะพามารู้จักกับโปรแกรม Regene ว่าเหมาะกับใคร? เหมาะกับผิวแบบไหนบ้าง? เหมาะกับช่วงอายุไหน? พร้อมแนะนำวิธีการประเมินปัจจัยก่อนเลือกฉีด Regene
Regene เหมาะกับใคร ?
Regene เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วนและผู้ที่เผชิญปัญหาผิวดังต่อไปนี้
ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวขาดน้ำ
ผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ ทำให้ดูไม่สดใส
ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน
ผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย ผิวบอบบาง ต้องการเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิว
ผู้ที่มีริ้วรอยแรกเริ่ม มีริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า
Regene ไม่เหมาะกับใคร ?
ถึงแม้การฉีด Regene จะมีความปลอดภัย แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือจำเป็นต้องปรึกษากับแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำ ดังนี้
ผู้ที่มีประวัติการแพ้อาหารทะเลอย่างแรง เนื่องจากส่วนประกอบของยามีสารสกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน
ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
ผู้ที่มีแผลอักเสบหรือแผลติดเชื้อบริเวณที่ฉีด
ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับเลือดหรือใช้ยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ
ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น SLE หรือ โรคสะเก็ดเงิน เป็นต้น
Regene เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวแบบไหน
โปรแกรม Regene เป็นหัตถการที่เหมาะกับทุกสภาพผิว เนื่องจากส่วนผสมหลักของตัวยาอย่าง PN (Salmon DNA) มีความบริสุทธิ์สูง สามารถเข้ากันได้ดีกับเซลล์ผิวของมนุษย์ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรืออาการแพ้ที่รุนแรง ไม่ว่าคนไข้จะเป็นคนผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม ก็สามารถเลือกฉีด Regene ได้ โดยตัวยาจะเข้าไปช่วยฟื้นฟูผิวดังนี้
- ผิวแห้ง : HA (Hyaluronic Acid) และสารอาหารผิว จะเข้าไปเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยให้ผิวมีความอิ่มฟู ฉ่ำวาวแบบสาวเกาหลี
- ผิวมัน : ช่วยปรับสมดุลการผลิตไขมันใต้ชั้นผิว กระชับรูขุมขน ลดความมันส่วนเกินบนใบหน้าที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสิว
- ผิวผสม : ช่วยเติมความชุ่มชื้นในบริเวณที่ผิวแห้งกร้าน พร้อมควบคุมความมันส่วนเกินในจุดที่ผลิตไขมันออกมาเยอะ ทำให้ผิวมีความสมดุลทั่วใบหน้า
Regene เหมาะกับผิวที่มีริ้วรอยหรือไม่
โปรแกรม Regene เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยแรกเริ่มและมีริ้วรอยขนาดเล็ก เนื่องจาก Regene มีส่วนผสมของสารที่สามารถเข้าไปกระตุ้นสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวโดยตรง ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาตึงกระชับเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น
- ริ้วรอยที่เหมาะกับการทำ Regene : ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา, ริ้วรอยตื้น ๆ บริเวณหน้าผาก ริมฝีปาก หรือแก้ม รวมไปถึงรอยย่นจากการขาดน้ำ
- ริ้วรอยที่ไม่เหมาะกับการทำ Regene : ริ้วรอยลึกที่เกิดจากการสูญเสียปริมาตรชั้นใต้ผิวหรือริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า แนะนำให้เลือกใช้ฟิลเลอร์หรือโบท็อกรักษาแทน
Regene เหมาะกับการดูแลผิวในช่วงอายุไหน
โปรแกรม Regene เหมาะกับการดูแลผิวครอบคลุมตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นตอนปลายจนถึงวัยผู้ใหญ่ (ช่วงอายุ 20-50 ปี) โดยให้ผลลัพธ์และการฟื้นฟูผิวที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงวัย ดังนี้
อายุ 20-29 ปี : ช่วงอายุที่เน้นการป้องกันและเติมความฉ่ำวาว เหมาะกับผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง มีรอยสิว ผิวแห้งแต่งหน้าไม่ติด การฉีด Regene จะช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน กระชับ และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิว
อายุ 30-39 ปี : ช่วงอายุที่เน้นการชะลอวัยและลดริ้วรอย โดยช่วงอายุนี้จะเริ่มผลิตคอลลาเจนลดลง ทำให้เกิดริ้วรอยเล็ก ๆ และผิวโทรมได้ง่าย Regene จะเข้าไปกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ซ่อมแซมผิวที่เสื่อมสภาพ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว
อายุ 40 ปีขึ้นไป : ช่วงอายุที่เน้นการฟื้นฟูแบบขั้นสุดและเพิ่มความหนาแน่นให้ชั้นผิว เหมาะกับผิวที่เริ่มบาง มีความแห้งกร้าน และขาดความยืดหยุ่น การฉีด Regene จะช่วยฟื้นฟูผิวถึงระดับเซลล์ ช่วยให้ผิวมีความแน่น อิ่มฟู ดูสดใส
Regene เหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์แบบไหน?
โปรแกรม Regene จะตอบโจทย์กับคนไข้ที่ต้องการงานผิวเกรดพรีเมียมที่มีความเป็นธรรมชาติและปลอดภัย โดยเหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ดังนี้
- ผิว Glass Skin : Regene จะเข้าไปเติมความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวมีความอิ่มน้ำ ดูสุขภาพดี ผิวฉ่ำวาวแบบ Glass Skin แบบสาวเกาหลี
- ผิวเรียบเนียน : Regene จะเข้าไปกระชับรูขุมขนและเติมเต็มหลุมสิวตื้น ๆ ให้เรียบเนียน แต่งหน้าสวยติดทนนาน
- ริ้วรอยตื้นขึ้น : Regene เข้าไปกระตุ้นสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยลดเลือนริ้วรอยบริเวณต่าง ๆ บนใบหน้า
- ผิวแข็งแรง : Regene จะช่วยเสริมโครงสร้างผิวให้แข็งแรง เหมาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางและแพ้ง่าย
- ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ : ตัวยากระจายตัวและซึมเข้าสู่เซลล์ผิวได้ดี ไม่เป็นก้อน ได้ผลลัพธ์ที่สวยเป็นธรรมชาติ
ก่อนฉีด Regene ต้องประเมินอะไรบ้าง?
ก่อนตัดสินใจฉีด Regene ควรพิจารณาถึงปัจจัยต่อไปนี้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน : เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ควรเลือกคลินิกที่เปิดให้บริการถูกต้อง มีเลขใบอนุญาต 11 หลักกำกับที่หน้าคลินิก รักษาโดยแพทย์มากประสบการณ์ และใช้ยาที่เป็นของแท้ นำเข้าถูกต้องตามกฎหมาย
- สภาพผิวและความต้องการของตัวเอง : พบแพทย์เพื่อทำการประเมินสภาพผิวและแจ้งความต้องการให้แพทย์ทราบ เพื่อให้แพทย์ออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับตัวคนไข้มากที่สุด
- แจ้งประวัติสุขภาพ : ขณะพบแพทย์ควรแจ้งประวัติการแพ้ยา แพ้อาหาร และยาที่รับประทานเป็นประจำให้แพทย์ทราบ
ประเมินงบ - ประมาณของตัวเอง : การฉีด Regene ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด จะไม่ฉีดแค่เพียงครั้งเดียว แต่จะต้องกลับมาฉีดซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์ ควรพิจารณาถึงงบประมาณในการรักษาผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องด้วย
สรุป Regene เหมาะกับใคร?
โปรแกรม Regene เป็นหัตถการเกรดพรีเมียมที่ช่วยฟื้นฟูผิวได้ถึงระดับเซลล์ ช่วยแก้ไขปัญหาผิวหมองคล้ำ มีริ้วรอย และกระชับรูขุมขน เหมาะกับผิวทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น ผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม แม้กระทั่งผิวบอบบางแพ้ง่ายก็สามารถฉีด Regene ได้ หากคนไข้สนใจฉีดโปรแกรม Regene ที่ Class Clinic ยินดีต้อนรับคนไข้ทุกท่าน ให้บริการโดยทีมงานคุณภาพและแพทย์มากประสบการณ์ ใช้ยาที่มีมาตรฐาน มั่นใจในความปลอดภัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ Line Official : @classclinic