
ฟิลเลอร์ Neuramis ดีไหม? ราคาเท่าไหร่? อยู่ได้นานแค่ไหน
ใครที่กำลังคิดจะทำฟิลเลอร์แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกยี่ห้อไหน? วันนี้เราจะมาพูดถึงข้อดีของฟิลเลอร์ Neuramis ที่ทำให้เป็นที่นิยมในวงการความงามกันค่ะ หากคุณกำลังมองหาฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย เป็นธรรมชาติ และให้ผลลัพธ์ที่คงทน บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ฟิลเลอร์ Neuramis เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่แพทย์และผู้ใช้บริการให้ความไว้วางใจ ด้วยเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ที่มีมาตรฐานสากล ความปลอดภัยสูง ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เเละราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
ข้อดีของฟิลเลอร์ Neuramis
1.ความปลอดภัยระดับสูง – เทคโนโลยี HENM ช่วยลดความเสี่ยงจากการแพ้และอาการอักเสบ พร้อมกับกรดไฮยาลูโรนิกที่บริสุทธิ์ถึง 99.9%
2.ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ – โครงสร้างเจลที่ยืดหยุ่น กระจายตัวสม่ำเสมอ ไม่เป็นก้อน ทำให้หน้าดูเป็นธรรมชาติ
3.ความคงทนที่เหมาะสม – อยู่ได้ 10-18 เดือน ขึ้นอยู่กับซีรี่ส์และบริเวณที่ฉีด ไม่สั้นเกินไปหรือนานจนเป็นภาระ
4.ฟื้นตัวเร็ว – สามารถกลับมาทำงานได้ในวันถัดไป มีการบวมน้อย เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ
5.ราคาเหมาะสม – คุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความคงทนและผลลัพธ์

ฟิลเลอร์ Neuramis คืออะไร?
ฟิลเลอร์ Neuramis เป็นผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ระดับพรีเมียมจากเกาหลีใต้ ผลิตโดยบริษัท Medytox ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ ด้วยกรดไฮยาลูโรนิกคุณภาพสูงและเทคโนโลยี HENM (Homogeneous Elastic Network Method) ที่เป็นเอกลักษณ์
จุดเด่นของเทคโนโลยี HENM:
เทคโนโลยีนี้ช่วยสร้างโครงสร้างเจลที่สม่ำเสมอและยืดหยุ่น ทำให้ฟิลเลอร์ Neuramis มีคุณสมบัติพิเศษ คือ กระจายตัวได้ดี ไม่เป็นก้อน มีความนุ่มนวลเหมือนเนื้อเยื่อธรรมชาติ และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมาก
1.มาตรฐานและการรับรอง: ฟิลเลอร์ Neuramis ได้รับการรับรองจาก CE Mark และ KFDA (Korea Food and Drug Administration) ซึ่งเป็นหลักประกันของความปลอดภัยและประสิทธิภาพระดับสากล
2.ซีรี่ส์ที่หลากหลาย: Neuramis มีหลายซีรี่ส์ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละบริเวณ ตั้งแต่ Light สำหรับบริเวณละเอียด ไปจนถึง Volume สำหรับการปรับโครงหน้า ทำให้แพทย์สามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม
3.ความบริสุทธิ์สูง: กรดไฮยาลูโรนิกที่ใช้ในฟิลเลอร์ Neuramis มีความบริสุทธิ์สูงถึง 99.9% ลดความเสี่ยงจากสิ่งปลอมปนและการเกิดอาการแพ้
ฟิลเลอร์ Neuramis มีกี่รุ่น?

ฟิลเลอร์ Neuramis แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติของเนื้อเจลและการใช้งานที่แตกต่างกัน บางรุ่นเหมาะกับการลดริ้วรอย บางรุ่นเน้นการเติมเต็มบริเวณที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่ม โดยทั่วไปมีอยู่ด้วยกัน 5 รุ่น ได้แก่
Neuramis Light Lidocaine – เนื้อเจลค่อนข้างละเอียดและมีการ Cross-linking ในระดับต่ำ เหมาะกับการเติมเต็มริ้วรอยตื้นๆ และบริเวณที่ต้องการความละเอียด เช่น ริ้วรอยเล็กบนใบหน้า รวมถึงช่วยเติมเต็มในชั้นผิวที่ไม่ต้องการวอลลุ่มมาก โดยรุ่นนี้มี Lidocaine 0.3% เป็นส่วนประกอบ
Neuramis Lidocaine – เนื้อเจลมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นจากรุ่น Light จึงเหมาะกับริ้วรอยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และการเติมเต็มบริเวณใบหน้าส่วนล่าง เช่น ร่องแก้ม โดยมี Lidocaine 0.3% ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างการฉีด
Neuramis Deep – ขยับมาเป็นเนื้อเจลที่เหมาะกับการเติมเต็มริ้วรอยและร่องลึกระดับปานกลางถึงมาก เช่น ร่องแก้ม รวมถึงการเติมเต็มเพื่อปรับ Contour ในบางบริเวณ จุดที่แตกต่างจากรุ่น Deep Lidocaine คือ ไม่มี Lidocaine ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์
Neuramis Deep Lidocaine – รุ่นนี้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ Neuramis Deep แต่เพิ่ม Lidocaine 0.3% เข้ามา เหมาะกับการเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอยบริเวณใบหน้า เช่น ร่องแก้ม รวมถึงบางตำแหน่งที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่ม
Neuramis Volume Lidocaine – เป็นรุ่นที่มีระดับการ Cross-linking สูงที่สุดในกลุ่ม จึงเหมาะกับงานที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่มและสร้าง Contour ให้ใบหน้า มากกว่าการแก้ริ้วรอยตื้นๆ เช่น บริเวณแก้มและคาง รวมถึงการเติมเต็มจุดที่มีการสูญเสียปริมาตร โดยมี Lidocaine 0.3% เป็นส่วนประกอบ
ฟิลเลอร์ Neuramis เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร?
- Neuramis เหมาะกับใคร?
ผู้ที่มีริ้วรอยหรือร่องบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม หรือริ้วรอยที่เหมาะกับการเติมเต็ม
ผู้ที่ต้องการเติมเต็มบริเวณที่สูญเสียปริมาตร โดย Neuramis บางรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับการเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่เหมาะสม
ผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนบางจุดของใบหน้า เช่น แก้ไขความไม่สมดุลหรือเพิ่มวอลลุ่มเฉพาะตำแหน่ง
- Neuramis ไม่เหมาะกับใคร?
บางกรณีอาจต้องเลื่อนการฉีดออกไป หรือควรแจ้งแพทย์อย่างละเอียดก่อนพิจารณาหัตถการ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะหรือประวัติดังต่อไปนี้
มีการอักเสบ ติดเชื้อ ผื่น หรือสิวอักเสบบริเวณที่จะฉีด
มีประวัติแพ้รุนแรงหรือแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ รวมถึงผู้ที่แพ้ Lidocaine หากเลือกรุ่นที่มี Lidocaine
มีภาวะเลือดออกง่ายหรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อรอยช้ำหรือเลือดออก
อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากข้อมูลด้านความปลอดภัยยังมีจำกัด จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อน
ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ควรหลีกเลี่ยงการตัดสินใจทำหัตถการฉีดฟิลเลอร์ด้วยตัวเอง และควรได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครองและแพทย์อย่างเหมาะสม
ฟิลเลอร์ Neuramis ทำงานอย่างไร?
หลักการของ Neuramis อาศัยคุณสมบัติของ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย โดย HA สามารถจับกับน้ำและอยู่ในรูปเจล จึงช่วยเพิ่มปริมาตรบริเวณที่ฉีดและทำให้ริ้วรอยหรือร่องต่างๆ ดูเรียบเนียนขึ้น
Neuramis เป็นฟิลเลอร์ HA แบบ Cross-linked Hyaluronic Acid โดยการเชื่อมโครงสร้างของ HA ช่วยให้เจลมีความคงตัวมากขึ้นเมื่ออยู่ในเนื้อเยื่อ และแต่ละรุ่นจะมีคุณสมบัติของเจลแตกต่างกัน จึงนำไปใช้ในบริเวณที่แตกต่างกัน
ฟิลเลอร์ Neuramis อันตรายไหม?
การฉีดฟิลเลอร์ทุกชนิดมีความเสี่ยง โดยอาการที่พบได้หลังฉีด เช่น บวม แดง ช้ำ เจ็บ หรือกดแล้วรู้สึกตึง ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงแรกและค่อยๆ ดีขึ้นได้ แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือภาวะแทรกซ้อนจากการที่ฟิลเลอร์เข้าสู่หลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ แม้จะพบไม่บ่อย แต่สามารถทำให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่เพียงพอและเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ ดังนั้นการฉีด Neuramis ควรได้รับการประเมินและทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาต พร้อมตรวจสอบผลิตภัณฑ์และฉลากให้ชัดเจนก่อนทำค่ะ
ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Neuramis ดียังไง?
ฟิลเลอร์ Neuramis ดีตรงที่เป็นฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ที่มีหลายรุ่นให้เลือกตามลักษณะของเนื้อเจลและบริเวณที่ต้องการเติมเต็มค่ะ โดยผู้ผลิตพัฒนา Neuramis ด้วยเทคโนโลยี SHAPE ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการ Cross-linking และการทำให้ HA มีความคงตัวมากขึ้น
ฟิลเลอร์ Neuramis ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ต่างจากยี่ห้ออื่นยังไง?
Neuramis ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?
ร่องแก้ม (Nasolabial Folds) : เป็นหนึ่งในบริเวณที่นิยมฉีดด้วย Neuramis Deep และ Neuramis Deep Lidocaine โดยใช้สำหรับเติมเต็มร่องแก้มระดับปานกลางถึงมาก เพื่อให้ความลึกดูลดลง
บริเวณกลางใบหน้า (Mid-face) : Neuramis Volume Lidocaine เหมาะสำหรับการเติมเต็มวอลลุ่มบริเวณกลางใบหน้าที่สูญเสียปริมาตร โดยเฉพาะบริเวณแก้ม
บริเวณที่มีริ้วรอยหรือสูญเสียปริมาตร : รุ่นที่มีคุณสมบัติของเจลแตกต่างกันสามารถนำมาใช้กับปัญหาที่แตกต่างกันได้ แต่ตำแหน่งและชั้นที่ฉีดต้องพิจารณาตามข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์และการประเมินของแพทย์
H3: แล้ว Neuramis ต่างจากฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นอย่างไร?
ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อมีเทคโนโลยีการผลิต ลักษณะของ HA ความเข้มข้น ระดับการ Cross-linking และคุณสมบัติของเนื้อเจลแตกต่างกัน ซึ่งสำหรับ Neuramis มีงานวิจัยที่นำบางรุ่นไปเปรียบเทียบกับฟิลเลอร์แบรนด์อื่นโดยตรง เช่น Neuramis Deep กับ Restylane ในการเติมเต็มร่องแก้ม ซึ่งผลการศึกษาพบว่า Neuramis Deep ไม่ด้อยกว่า Restylane ในด้านประสิทธิผลตามตัวชี้วัดของงานวิจัยดังกล่าว
Neuramis ต่างจากฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นอย่างไร?
ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อมีเทคโนโลยีการผลิต ลักษณะของ HA ความเข้มข้น ระดับการ Cross-linking และคุณสมบัติของเนื้อเจลแตกต่างกัน ซึ่งสำหรับ Neuramis มีงานวิจัยที่นำบางรุ่นไปเปรียบเทียบกับฟิลเลอร์แบรนด์อื่นโดยตรง เช่น Neuramis Deep กับ Restylane ในการเติมเต็มร่องแก้ม ซึ่งผลการศึกษาพบว่า Neuramis Deep ไม่ด้อยกว่า Restylane ในด้านประสิทธิผลตามตัวชี้วัดของงานวิจัยดังกล่าว
ขณะที่ Neuramis Volume Lidocaine ก็มีการศึกษาเปรียบเทียบกับ Juvederm Voluma ในการเติมวอลลุ่มบริเวณกลางใบหน้าของผู้เข้าร่วมชาวเอเชีย โดยพบว่าให้ผลไม่ด้อยกว่าในช่วงการติดตาม 24 สัปดาห์
เพราะฉะนั้น หากถามว่า Neuramis ดีกว่ายี่ห้ออื่นไหม? คงตอบแบบเหมารวมไม่ได้ค่ะ เพราะฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์และแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติแตกต่างกัน สิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกจากชื่อแบรนด์ คือการเลือกรุ่นให้เหมาะกับบริเวณที่จะฉีดและปัญหาที่ต้องการแก้ รวมถึงใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตในประเทศนั้นๆ และให้แพทย์ประเมินก่อนทำค่ะ
ฟิลเลอร์ Neuramis, Juvederm, Restylane แตกต่างกันอย่างไร?
Neuramis
Neuramis เป็นฟิลเลอร์ HA จากเกาหลีใต้ที่มีหลายรุ่น โดยใช้เทคโนโลยี SHAPE ในกระบวนการ Cross-linking เพื่อปรับคุณสมบัติของ HA ให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน จุดที่น่าสนใจคือมีทั้งรุ่นที่เน้นริ้วรอยและร่องลึก ไปจนถึงรุ่นที่ออกแบบสำหรับการเพิ่มวอลลุ่ม เช่น Neuramis Deep และ Neuramis Volume Lidocaine
Juvederm
Juvederm เป็นกลุ่มฟิลเลอร์ HA ที่มีหลายผลิตภัณฑ์ย่อย ซึ่งแต่ละรุ่นถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติของเจลแตกต่างกันเพื่อใช้แก้ปัญหาต่างๆ เช่น การเติมเต็มริ้วรอย การเพิ่มวอลลุ่ม หรือการปรับ Contour บางส่วนของใบหน้า ดังนั้นหากนำ Juvederm มาเทียบกับ Neuramis แบบรุ่นต่อรุ่น จะต้องดูทั้งชนิดของผลิตภัณฑ์ ความแข็งหรือความยืดหยุ่นของเจล และข้อบ่งใช้ของรุ่นนั้นๆ
Restylane
Restylane เป็นอีกหนึ่งกลุ่มฟิลเลอร์ HA ที่มีหลายรุ่นเช่นกัน และมีความแตกต่างของโครงสร้างเจลตามผลิตภัณฑ์ โดยในงานวิจัยที่เปรียบเทียบกับ Neuramis Deep พบว่า Restylane มีโครงสร้างแบบ biphasic ขณะที่ Neuramis Deep เป็น monophasic ซึ่งเป็นหนึ่งในความแตกต่างด้านโครงสร้างของผลิตภัณฑ์
ข้อเสียของฟิลเลอร์ Neuramis
อาจมีอาการบวม แดง ช้ำ หรือเจ็บบริเวณที่ฉีด : เป็นอาการที่พบได้หลังฉีดฟิลเลอร์ และโดยทั่วไปจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในช่วงไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์
อาจเกิดก้อนหรือตุ่มใต้ผิว : ในบางกรณีอาจพบก้อนแข็งๆ ตุ่ม หรือการอักเสบบริเวณที่ฉีดได้
ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ถาวร : Neuramis เป็นฟิลเลอร์ HA ซึ่งร่างกายสามารถค่อยๆ สลายและดูดซึมได้ ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป ผลของการเติมเต็มจะลดลงและอาจต้องประเมินซ้ำหากต้องการคงผลลัพธ์ไว้
มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง แม้พบไม่บ่อย : หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนของฟิลเลอร์คือการฉีดเข้าสู่หลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือด เกิดความผิดปกติด้านการมองเห็น หรือโรคหลอดเลือดสมองได้
การดูแลก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ Neuramis
ก่อนฉีด Neuramis ควรพูดคุยกับแพทย์ให้ชัดเจนว่าต้องการแก้ไขบริเวณไหน มีประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว หรือกำลังใช้ยาและอาหารเสริมอะไรอยู่บ้าง โดยเฉพาะยาที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำหรือเลือดออก หากบริเวณที่จะฉีดมีการอักเสบ ติดเชื้อ ผื่น หรือสิวอักเสบ ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อนจนกว่าจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
วิธีเช็คฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้-ของปลอม

ดูชื่อรุ่นและรายละเอียดบนกล่อง – ตรวจสอบชื่อรุ่น ปริมาณ วันผลิต และวันหมดอายุให้ชัดเจน โดย Neuramis เป็นผลิตภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว และผู้ผลิตระบุอายุผลิตภัณฑ์ 24 เดือนนับจากวันผลิต
ตรวจสอบฉลากภาษาไทยและเลขทะเบียน อย. – หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าและได้รับอนุญาตให้ใช้ในประเทศไทย ควรมีฉลากภาษาไทยและข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
เช็กเลข Lot ให้ตรงกัน – เลข Lot บนบรรจุภัณฑ์และส่วนที่เกี่ยวข้องควรสอดคล้องกัน หากพบข้อมูลไม่ตรงกัน มีร่องรอยแก้ไข หรือฉลากผิดปกติ ควรหยุดตรวจสอบก่อนฉีด
สแกน QR Code หากผลิตภัณฑ์มีระบบตรวจสอบ – สามารถใช้เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ได้
ตรวจสอบสภาพกล่องและซีล – บรรจุภัณฑ์ควรอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยเปิดใช้งานหรือแกะเปลี่ยนฉลาก และควรตรวจสอบก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะถูกเปิดใช้
ขอให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนฉีด – หากมีข้อสงสัยเรื่องแหล่งที่มา รุ่น หรือเลข Lot สามารถสอบถามคลินิกหรือผู้จัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันข้อมูลก่อนทำหัตถการได้

ฟิลเลอร์ Neuramis อยู่ได้นานแค่ไหน?
หนึ่งในข้อดีที่สำคัญของฟิลเลอร์ Neuramis คือความคงทนที่เหมาะสม ไม่นานเกินไปจนเป็นภาระ แต่ก็ไม่สั้นจนต้องมาฉีดบ่อย โดยเฉลี่ยฟิลเลอร์ Neuramis จะอยู่ได้ 10-18 เดือน
ความคงทนตามซีรี่ส์ Neuramis:
- Neuramis Light (8-12 เดือน) เหมาะสำหรับบริเวณที่ต้องการความละเอียด เช่น ใต้ตา ริมฝีปาก ให้ผลลัพธ์ที่นุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ ความคงทนอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับบริเวณที่เคลื่อนไหวบ่อย
- Neuramis Deep (12-15 เดือน) เหมาะสำหรับแก้มและร่องลึกปานกลาง ให้ความอิ่มและมิติที่ชัดเจน ความคงทนที่เพิ่มขึ้นเหมาะกับการปรับรูปหน้า
- Neuramis Volume (15-18 เดือน) เหมาะสำหรับการปรับโครงหน้า คาง ให้ผลลัพธ์ที่คงทนนานที่สุด เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการความคงทน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความคงทนของฟิลเลอร์ Neuramis:
- อายุและเมแทบอลิซึม คนที่อายุน้อยมักมีการเผาผลาญที่เร็วกว่า ทำให้ฟิลเลอร์ละลายเร็วขึ้น แต่ผลลัพธ์ก็จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
- บริเวณที่ฉีด ริมฝีปากที่เคลื่อนไหวบ่อยจะอยู่สั้นกว่าคางที่เคลื่อนไหวน้อย นี่เป็นเรื่องปกติและคาดการณ์ได้
- การดูแลตัวเอง การออกกำลังกายหนักๆ การใช้ครีมที่มีกรดแรง อาจทำให้ฟิลเลอร์ละลายเร็วขึ้นเล็กน้อย
- ประสบการณ์แพทย์ ทักษะและเทคนิคของแพทย์ส่งผลต่อความคงทนและผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ Neuramis

ฟิลเลอร์ Neuramis เติมจุดไหนได้บ้าง?
ข้อดีอีกประการของฟิลเลอร์ Neuramis คือความเอนกประสงค์สูง สามารถใช้เติมหลายบริเวณของใบหน้าเพื่อปรับปรุงและแก้ไขปัญหาต่างๆ
1.ริมฝีปาก – ช่วยเพิ่มความอิ่ม ปรับรูปทรงให้สวยงาม ลดริ้วรอยรอบปาก และยกมุมปากให้ดูสดใสขึ้น
2.หน้าแก้มและร่องแก้ม ฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ เหมาะสำหรับเติมร่องแก้มลึก และเพิ่มความอิ่มให้กับใบหน้า ทำให้ดูอ่อนเยาว์และมีมิติ
3.ใต้ตา – ลดรอยคล้ำและถุงใต้ตา ทำให้ดวงตาดูกว้าง สดใส
4.คาง – สร้างโครงหน้าที่สวยงาม ปรับคางช่วยให้ใบหน้าดู V-Shape มากขึ้น เพิ่มความยาวและสร้างสัดส่วนที่สวยงาม
5.หน้าผาก – เรียบเนียน เติมเต็มหน้าผาก ทำให้ดูมีมิติ เรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้น
6.ขมับ – เติมเต็มความตอบ ช่วยให้ใบหน้าดูอิ่ม ละมุน สวยงาม
เลือกฉีดฟิลเลอร์ Neuramis ที่ไหนดี ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?
การเลือกสถานที่ฉีด Neuramis ไม่ควรดูแค่ราคา โปรโมชัน หรือรีวิวเพียงอย่างเดียว เพราะฟิลเลอร์เป็นหัตถการทางการแพทย์ และมีความเสี่ยงหากฉีดไม่ถูกตำแหน่งหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ก่อนตัดสินใจ ลองมาดู 4 วิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัยกันค่ะ
- เลือกสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต : ควรเป็นคลินิกหรือสถานพยาบาลที่เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง และมีแพทย์เป็นผู้ประเมินและทำหัตถการ
- ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนฉีด : ขอเห็นกล่องและฉลากของ Neuramis ก่อนเปิดใช้ ตรวจสอบเลขทะเบียนเครื่องมือแพทย์ 12 หลัก และสามารถนำข้อมูลไปตรวจสอบกับ อย. ได้
- ดูว่าแพทย์ประเมินใบหน้าและเลือกรุ่นให้เหมาะกับจุดที่จะฉีดหรือไม่ : Neuramis มีหลายรุ่น คุณสมบัติและข้อบ่งใช้จึงไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด การเลือกควรพิจารณาตามปัญหา ตำแหน่ง และชั้นเนื้อเยื่อ ไม่ใช่เลือกจากราคาหรือจำนวน CC เพียงอย่างเดียว
- มีการอธิบายข้อดี ข้อจำกัด และความเสี่ยงก่อนทำ : สถานพยาบาลที่เหมาะสมควรให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ขั้นตอน ผลข้างเคียง และความเสี่ยงของบริเวณที่จะฉีด เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างเข้าใจ
ฟิลเลอร์ Neuramis ราคาเท่าไหร่?

ตอนนี้ที่ Class Clinic มีราคาโปรโมชั่นฉีดฟิลเลอร์เริ่มต้นที่ 1,990 บาท เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโปรโมชั่นที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก ไม่ว่าจะเติมเต็มร่องแก้ม เพิ่มวอลลุ่ม หรือปรับสัดส่วนใบหน้าในจุดที่กังวล หากกำลังสนใจ Neuramis ลองปรึกษาและพูดคุยกับทาง Class Clinic เพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะกับตัวเองก่อนตัดสินใจได้เลยค่ะ
รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ Neuramis แต่ละจุด
คาง : เติมวอลลุ่มบริเวณคาง ช่วยให้สัดส่วนใบหน้าดูสมดุลขึ้น โดยเฉพาะมุมด้านข้าง เหมาะกับคนที่อยากปรับทรงคางแบบดูเป็นธรรมชาติ
ร่องแก้ม : ช่วยเติมเต็มบริเวณร่องแก้มที่เห็นชัด ให้ผิวบริเวณนั้นดูเต็มขึ้น เหมาะกับคนที่รู้สึกว่าร่องแก้มทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากเกินไป
แก้ม : เติมวอลลุ่มบริเวณกลางใบหน้าที่ดูตอบหรือขาดความเต็ม ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น โดยเน้นการเติมเฉพาะจุด
ริ้วรอยบนใบหน้า : เหมาะสำหรับเติมเต็มริ้วรอยหรือร่องตื้นในบริเวณที่เหมาะสม ช่วยให้ผิวบริเวณนั้นดูเรียบเนียนและสม่ำเสมอขึ้น
Q&A
A: สามารถพิจารณาฉีดซ้ำได้เมื่อฟิลเลอร์เดิมสลายหรือผลลัพธ์ลดลง โดยควรให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้ง
A: การฉีดบริเวณปากต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบ่งใช้เหมาะสมกับตำแหน่งนั้นๆ จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่า Neuramis รุ่นใดเหมาะสม
A : ควรเลือกหมอที่มีประสบการณ์จริง ใช้ของแท้ 100% ทำงานในคลินิกสะอาดได้มาตรฐาน และให้คำปรึกษาตรงไปตรงมา หมอที่ดีจะช่วยประเมินให้เหมาะ ไม่ยัดเยียดหัตถการ
A: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรุ่น ตำแหน่ง และปริมาณที่ฉีด
A: อาจเกิดก้อนหรือตุ่มได้จากหลายสาเหตุ แต่ไม่ได้เกิดกับทุกคน หากมีก้อนแข็ง บวมผิดปกติ หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรให้แพทย์ตรวจประเมิน
A: จำนวน CC ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและโครงสร้างใบหน้า แพทย์จะเป็นผู้ประเมินปริมาณที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
A: โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้นเป็นเวลานาน แต่อาจมีบวม แดง หรือช้ำชั่วคราวหลังฉีด จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
A: ควรรอให้แพทย์ประเมินผลหลังครั้งแรกและดูการสลายของฟิลเลอร์ก่อนพิจารณาฉีดซ้ำ
A: ต่างกันได้ทั้งเทคโนโลยีการผลิต คุณสมบัติของเจล และรุ่นผลิตภัณฑ์ค่ะ จึงควรเปรียบเทียบเป็นรุ่นๆ มากกว่าดูจากประเทศผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว
A: อาจพิจารณาได้ในบางกรณี แต่ไม่ควรนำฟิลเลอร์ต่างชนิดมาผสมหรือฉีดร่วมกันเอง ควรให้แพทย์ประเมินผลิตภัณฑ์และตำแหน่งก่อนค่ะ
สรุป
ฟิลเลอร์ Neuramis เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการความงามที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัย ด้วยข้อดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีทันสมัย ความคงทนที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ และราคาที่เข้าถึงได้
หากคุณพร้อมที่จะเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง Class Clinic พร้อมให้บริการฟิลเลอร์ Neuramis ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง เครื่องมือทันสมัย และมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด เรามี 35 สาขาทั่วประเทศ ให้คุณเลือกสาขาที่สะดวกที่สุด มาปรึกษากับเราเพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ เริ่มต้นเส้นทางสู่ความงามที่เป็นธรรมชาติและมั่นใจได้ที่ Class Clinic คลินิกความงาม

Regene กี่ครั้งเห็นผล? ต้องฉีดกี่ครั้งถึงเห็นการเปลี่ยนแปลง Regene (รีจีน) คือ โปรแกรมฟื้นฟูผิวจากประเทศเกาหลีที่รวบรวมสารสำคัญ 3 ชนิดไว้ในขวดเดียว ได้แก่

Regene เหมาะกับใคร? ข้อควรรู้ก่อนทำ ผิวแบบไหน ? ควรเลือก โปรแกรม Regene คือ นวัตกรรมการฟื้นฟูผิวเกรดพรีเมียมจากเกาหลี

Regene ดีไหม? เจาะลึกข้อดี ผลลัพธ์ และสิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีด Regene เป็นเมโสตัวดังจากเกาหลี ที่ช่วยกู้ผิวโทรม ฟื้นฟูได้ลึกถึงระดับเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวกลับมาสุขภาพดี