Juvederm ฟิลเลอร์ มีกี่รุ่นแต่ละรุ่นต่างกันอย่างไรราคาเท่าไหร่

Juvederm ฟิลเลอร์ มีกี่รุ่น? แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร? ราคาเท่าไหร่

อยากฉีดฟิลเลอร์ Juvederm แต่เลือกไม่ถูกใช่ไหม? เพราะฟิลเลอร์จูวีเดิร์มแต่ละรุ่นช่วยแก้ปัญหาและเติมเต็มในบริเวณที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการเติมความละมุนให้ริมฝีปาก ไปจนถึงปรับมิติใบหน้าให้ดูสมดุล แล้วฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีจุดเด่นต่างกันอย่างไร และราคาเท่าไหร่ มาหาคำตอบกันค่ะ

ฟิลเลอร์ Juvederm มีกี่รุ่น

ฟิลเลอร์ Juvederm มีกี่รุ่น

ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นกลุ่มฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA) ที่มีหลายรุ่น โดยแต่ละรุ่นถูกพัฒนาด้วยคุณสมบัติของเนื้อเจลและการคงรูปที่แตกต่างกัน จึงเหมาะกับตำแหน่งและปัญหาบนใบหน้าคนละแบบค่ะ สำหรับรุ่นที่มีใช้ในประเทศไทย มีทั้งหมด 7 รุ่น แต่ละรุ่นมีจุดเด่นอะไร และเหมาะกับการเติมเต็มบริเวณไหนบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

Juvederm Volux
จุดเด่น : เป็นรุ่นที่เน้นการเติมเต็มเพื่อช่วยสร้างโครงสร้างบริเวณ คางและแนวกราม เหมาะกับการปรับมิติและความชัดของกรอบหน้า โดยเนื้อฟิลเลอร์มีคุณสมบัติด้านการคงรูปและการพยุงโครงสร้าง
กล่อง : สีขาว-ม่วงเข้ม

Juvederm Voluma
จุดเด่น : เน้นการเพิ่มและฟื้นฟู เหมาะกับบริเวณที่สูญเสียวอลลุ่ม เช่น แก้ม รวมถึงการเติมเต็มเพื่อช่วยปรับสัดส่วนของใบหน้า จุดเด่นคือเนื้อเจลมีความสามารถในการคงรูปและให้การพยุงในชั้นลึก
กล่อง : สีขาว-ม่วง

Juvederm Ultra Plus XC
จุดเด่น : เป็นฟิลเลอร์ที่เน้นการเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกและริมฝีปาก เนื้อเจลให้วอลลุ่มได้ดี จึงเหมาะกับบริเวณที่ต้องการการเติมเต็มมากกว่ารุ่นที่เน้นความละเอียดและบางเบา
กล่อง : สีม่วง

Juvederm Volift with Lidocaine
จุดเด่น : เน้นการเติมเต็มบริเวณที่มีการสูญเสียปริมาตร เช่น แก้มและริมฝีปาก พร้อมช่วยปรับ contour ให้ใบหน้าดูสมดุลขึ้น เนื้อเจลมีความยืดหยุ่น จึงเหมาะกับบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวของใบหน้าค่อนข้างมาก
กล่อง : สีขาว-ม่วง

Juvederm Ultra XC
จุดเด่น : เหมาะสำหรับการเติมเต็มริ้วรอยระดับปานกลางและริมฝีปาก รวมถึงช่วยเพิ่มความชัดเจนของริมฝีปาก เนื้อเจลเน้นการเติมเต็มและให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติเมื่อเลือกใช้ในตำแหน่งที่เหมาะสม
กล่อง : สีม่วงเข้ม

Juvederm Volbella with Lidocaine
จุดเด่น : เป็นรุ่นที่เน้นงานละเอียด เหมาะกับริมฝีปากและบริเวณใต้ตา โดยให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติและการเติมเต็มในบริเวณที่ต้องการความประณีต
กล่อง : สีขาว-ม่วง-ชมพู

Juvederm Volite
จุดเด่น : แตกต่างจากหลายรุ่นที่เน้นการเพิ่มวอลลุ่ม เพราะ Volite มุ่งเน้นเรื่อง ความชุ่มชื้นและคุณภาพผิวมากกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้มีความชุ่มชื้นและเรียบเนียนขึ้น โดยไม่ได้เน้นการปรับโครงหน้าเป็นหลัก
กล่อง : สีขาว-ม่วง-ฟ้า

Juvederm ราคาเท่าไหร่

สำหรับฟิลเลอร์ Juvederm ราคาจะแตกต่างกันตามรุ่น ปริมาณที่ใช้ และค่าบริการ โดย Class Clinic มีโปรโมชั่นฟิลเลอร์เริ่มต้นที่ 6,900 บาทค่ะ

Juvederm Voluma ราคา
Juvederm Voluma เป็นรุ่นที่เหมาะกับการเติมวอลลุ่มและช่วยปรับรูปหน้า โดยราคาจะขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นและจำนวนซีซีที่แพทย์ประเมินให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

Juvederm Volux ราคา
Juvederm Volux เป็นรุ่นที่เน้นการเพิ่มวอลลุ่มและช่วยสร้างความชัดเจนบริเวณกรอบหน้า โดยเฉพาะแนวคางและกราม สำหรับราคาจะขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้และโปรโมชั่นของ Class Clinic ในช่วงเวลานั้น

Juvederm Volift ราคา
Juvederm Volift เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ใช้สำหรับการเติมเต็มและปรับ contour ของใบหน้า โดยราคาจริงอาจแตกต่างกันตามจำนวนซีซีและแผนการรักษาที่แพทย์ประเมินให้เหมาะกับแต่ละเคส

Juvederm Ultra Plus ราคา
Juvederm Ultra Plus เป็นรุ่นที่มีคุณสมบัติด้านการเติมเต็ม เหมาะกับบริเวณที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่ม ส่วนราคาจะขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้และโปรโมชั่นของ Class Clinic เช่นเดียวกับรุ่นอื่นๆ ค่ะ

Juvederm คืออะไร
Juvederm อ่านว่า “จูวีเดิร์ม” เป็นชื่อแบรนด์ฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) ที่ใช้สำหรับการเติมเต็มและปรับรูปหน้า โดย HA เป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายและมีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำ จึงถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์เพื่อช่วยเติมเต็มบริเวณที่ต้องการ

จุดที่น่าสนใจของ Juvederm คือไม่ได้มีเพียงสูตรเดียว แต่มีหลายรุ่นที่พัฒนาด้วยคุณสมบัติของเนื้อเจลแตกต่างกัน ทั้งความยืดหยุ่น ความคงรูป และความสามารถในการเติมเต็ม ทำให้แต่ละรุ่นเหมาะกับบริเวณต่างๆ เช่น ริมฝีปาก แก้ม คาง หรือกรอบหน้า

นอกจากนี้ Juvederm หลายรุ่นยังใช้เทคโนโลยี Vycross Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมโยงโมเลกุลของ HA เพื่อพัฒนาให้ได้คุณสมบัติของเจลที่เหมาะกับการใช้งานในบริเวณต่างๆ ค่ะ

Juvederm แต่ละรุ่น นิยมฉีดตรงไหน?

Juvederm แต่ละรุ่น นิยมฉีดตรงไหน_

Juvederm ใต้ตา

หากเป็นการเติมเต็มบริเวณใต้ตา รุ่นที่มีข้อบ่งใช้สำหรับบริเวณนี้คือ Juvederm Volbella with Lidocaine ซึ่งเหมาะกับการรักษาริ้วรอยหรือร่องใต้ตา เนื้อฟิลเลอร์จึงเน้นงานที่ต้องการความละเอียดและความเป็นธรรมชาติ

Juvederm ปาก

สำหรับริมฝีปาก รุ่นที่มีข้อบ่งใช้ ได้แก่ Juvederm Volbella with Lidocaine และ Juvederm Volift with Lidocaine โดยสามารถใช้เพื่อเติมวอลลุ่มและปรับแต่งรูปทรงริมฝีปาก

นอกจากนี้ Juvederm Ultra XC และ Ultra Plus XC ก็มีข้อบ่งใช้เกี่ยวกับการเติมเต็มริมฝีปากเช่นกัน โดย Ultra Plus XC จะเน้นการเติมเต็มมากขึ้น เหมาะกับกรณีที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่มอย่างชัดเจนกว่า Ultra XC

Juvederm แก้ม

บริเวณแก้มสามารถเลือกใช้ Juvederm Voluma with Lidocaine เพื่อเติมเต็มปริมาตรของใบหน้า ขณะที่ Volift with Lidocaine ก็ใช้เติมเต็มบริเวณแก้มและช่วยปรับ contour ได้ค่ะ

Juvederm คาง

หากต้องการปรับมิติบริเวณคาง รุ่นที่โดดเด่นคือ Juvederm Volux ซึ่งออกแบบมาเพื่อการเติมเต็มและเสริมสร้างบริเวณคางและแนวกราม ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนปรับสัดส่วนของใบหน้าได้อย่างเหมาะสม

Juvederm กรอบหน้าและแนวกราม
สำหรับคนที่อยากให้กรอบหน้าดูมีมิติขึ้น Juvederm Volux เป็นรุ่นที่ใช้สำหรับการเติมเต็มและเสริมสร้างบริเวณคางและแนวกรามโดยเฉพาะ

Juvederm ร่องแก้ม

สำหรับร่องลึกบริเวณแก้ม สามารถใช้ Juvederm Volift with Lidocaine ซึ่งมีข้อบ่งใช้สำหรับเติมเต็มร่องลึกบริเวณแก้มและริมฝีปากค่ะ ส่วนการเลือกตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสมควรพิจารณาจากสาเหตุของร่องลึกและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนเป็นหลัก

Juvederm ริ้วรอยและร่องลึก

หากเป็นริ้วรอยหรือร่องบนผิว Juvederm Ultra XC เหมาะกับการเติมเต็มริ้วรอยระดับปานกลาง ขณะที่ Ultra Plus XC เน้นการเติมเต็มริ้วรอยที่ลึกกว่า รวมถึงสามารถใช้กับริมฝีปากตามข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์

Neauvia, Restylane และ Juvederm ต่างกันอย่างไร

Neauvia

จุดเด่นของ Neauvia คือการใช้เทคโนโลยี Smart Crosslinking Technology (SXT) ที่เชื่อมโยง Hyaluronic Acid (HA) กับ PEGDE และมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่นที่ออกแบบให้มีคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่น ความคงตัว และ Rheology แตกต่างกันค่ะ นอกจากนี้บางสูตรยังมี Glycine และ L-Proline เป็นส่วนประกอบในสูตรอีกด้วย

Restylane

Restylane มีจุดเด่นที่เทคโนโลยีการผลิตฟิลเลอร์ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ NASHA® Technology ซึ่งเน้นความแม่นยำและโครงสร้าง กับ XpresHAn Technology™ ที่เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นและรองรับการเคลื่อนไหวของใบหน้า จึงมีผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ได้หลากหลายตามบริเวณและลักษณะการเคลื่อนไหวของใบหน้า

Juvederm

ส่วน Juvederm มีจุดเด่นเรื่องการพัฒนาเนื้อเจลให้มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับการใช้งานแต่ละบริเวณ โดยพิจารณาทั้งความแน่น (Firmness), ความเกาะตัว (Cohesivity), ความสามารถในการดึงน้ำ (Water Affinity) และความเข้มข้นของ HA นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีอย่าง VYCROSS® และ HYLACROSS™ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อีกด้วย

Juvederm fillers before and after
ภาพ Before & After ของ Juvederm ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าในจุดต่างๆ ได้ชัดขึ้น โดยผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับตำแหน่ง รุ่นฟิลเลอร์ และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล

Before : ใบหน้าดูตอบหรือมีวอลลุ่มบางจุดน้อยลง ทำให้ใบหน้าดูไม่มีมิติ ใต้ตาดูลึก ริมฝีปากดูบาง หรือร่องแก้มและริ้วรอยบางจุดเห็นชัดขึ้น

After : หลังเติมฟิลเลอร์ ใบหน้าดูมีวอลลุ่มและมิติมากขึ้น ร่องหรือบริเวณที่ดูลึกดูเต็มขึ้น ริมฝีปากมีรูปทรงและวอลลุ่มชัดขึ้น ขณะที่การเติมบริเวณแก้มหรือคางสามารถช่วยปรับสัดส่วนและ contour ของใบหน้าให้ดูสมดุลขึ้น

ฟิลเลอร์ Juvederm อยู่ได้นานไหม

ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) ที่ให้ผลลัพธ์ชั่วคราว โดยระยะเวลาที่คงอยู่ขึ้นอยู่กับรุ่น ตำแหน่งที่ฉีด และการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี เช่น รุ่นที่ใช้บริเวณริมฝีปากจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ขณะที่ Juvederm Voluma บริเวณแก้มอาจคงผลลัพธ์ได้นานถึง 2 ปีเมื่อใช้ตามข้อบ่งใช้และการรักษาที่เหมาะสม

ฟิลเลอร์ Juvederm ของประเทศอะไร

Juvederm เป็นแบรนด์ฟิลเลอร์ที่มีจุดเริ่มต้นจากการพัฒนาและทำตลาดในสหรัฐอเมริกา โดยเดิมได้รับการพัฒนาโดย Inamed ในสหรัฐฯ ก่อนที่ Allergan จะเข้ามาดูแลแบรนด์ต่อ และปัจจุบันอยู่ภายใต้กลุ่มบริษัท AbbVie ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ Juvederm แต่ละรุ่นอาจมีแหล่งผลิตแตกต่างกันตามรุ่นและตลาด จึงควรตรวจสอบข้อมูลบนฉลากของผลิตภัณฑ์แต่ละกล่องประกอบด้วย

ฟิลเลอร์ Juvederm เหมาะกับใคร

ฟิลเลอร์ Juvederm เหมาะกับใคร
  • คนที่ต้องการเติมเต็มบริเวณใบหน้าที่มีวอลลุ่มลดลง เช่น แก้ม คาง หรือริมฝีปาก
  • ผู้ที่ต้องการช่วยปรับสัดส่วนและมิติของใบหน้า
  • ผู้ที่มีริ้วรอยหรือร่องบนใบหน้าบางบริเวณ และต้องการการเติมเต็มด้วย HA Filler
  • ผู้ที่สนใจปรับรูปทรงริมฝีปากให้ดูมีวอลลุ่มขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาดูลึกหรือโหลจากการสูญเสียวอลลุ่ม
  • ผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาเฉพาะจุด โดยควรให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมก่อนค่ะ

ข้อดีของฟิลเลอร์ Juvederm

ช่วยเติมเต็มและเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่ต้องการ เช่น แก้ม ริมฝีปาก คาง หรือบริเวณที่มีการสูญเสียวอลลุ่ม
มีหลายรุ่นให้เลือกใช้ โดยแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติของเนื้อเจลแตกต่างกัน จึงสามารถเลือกให้เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการได้
ช่วยปรับมิติและสัดส่วนของใบหน้า เช่น เติมแก้ม ปรับคาง หรือเพิ่มความชัดของแนวกราม โดยเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับบริเวณนั้นๆ
ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติได้เมื่อเลือกชนิด ปริมาณ และเทคนิคการฉีดให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าแต่ละบุคคล
เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำ แม้ผลลัพธ์ช่วงแรกอาจมีอาการบวมจากการฉีด และผลลัพธ์สุดท้ายจะแตกต่างกันในแต่ละคน
เป็นฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายและมีคุณสมบัติช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น

สอนเช็กฟิลเลอร์ Juvederm ของแท้หรือของปลอม

สอนเช็กฟิลเลอร์ Juvederm ของแท้หรือของปลอม

ก่อนฉีด Juvederm ควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ให้ชัวร์ เพราะฟิลเลอร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องผ่านการขึ้นทะเบียนและควรใช้โดยแพทย์ วิธีเช็กเบื้องต้นคือดูชื่อรุ่นและเลขทะเบียนบนฉลาก ตรวจสอบข้อมูลกับระบบของ อย. ให้ตรงกัน และตรวจสภาพบรรจุภัณฑ์ว่าปิดสนิท ไม่มีร่องรอยแกะหรือชำรุด โดยชื่อรุ่นและเลขอนุญาตของ Juvederm แต่ละรุ่นสามารถนำมาเทียบกับฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ อย. ได้

Juvederm filler ที่ไหนดี ต้องเลือกอย่างไร

Juvederm filler ที่ไหนดี ต้องเลือกอย่างไร

หากกำลังมองหาสถานที่ฉีด Juvederm นอกจากเรื่องราคาแล้วควรดูทั้งมาตรฐานของสถานพยาบาล แพทย์ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ค่ะ หากอยากให้ผลลัพธ์ออกมาสวยตรงใจและปลอดภัย ควรมีหลักการเลือกดังนี้
เลือกสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตถูกต้องและมีข้อมูลใบอนุญาตแสดงอย่างชัดเจน
เลือกแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพและมีความรู้ด้านกายวิภาคใบหน้า เพราะการฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการทางการแพทย์
ขอดูผลิตภัณฑ์ก่อนฉีด ตรวจสอบชื่อรุ่น ฉลาก และเลขทะเบียน/เลขอนุญาตให้ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้
เลือก Juvederm ให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการแก้ไข เพราะแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติและข้อบ่งใช้แตกต่างกัน
ควรมีการประเมินก่อนทำ เพื่อให้แพทย์พิจารณาโครงสร้างใบหน้า ปัญหาที่ต้องการแก้ และปริมาณที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

ฉีดฟิลเลอร์ Juvederm กับ Class Clinic ดีอย่างไร

ที่ Class Clinic มีบริการฟิลเลอร์และการประเมินปัญหาใบหน้า เพื่อวางแผนการเติมเต็มให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ
มีทีมแพทย์ดูแลการปรับรูปหน้า โดยเน้นการเลือกหัตถการให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้า แทนการเลือกจากกระแสเพียงอย่างเดียว
มีข้อมูลเกี่ยวกับ Juvederm และการใช้ฟิลเลอร์ในบริเวณต่างๆ เช่น ริมฝีปาก ใต้ตา และบริเวณที่ต้องการเติมเต็ม ช่วยให้ผู้สนใจทำความเข้าใจก่อนเข้ารับการปรึกษา
ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์และความปลอดภัย โดย Class Clinic ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและการดูแลโดยทีมแพทย์
มีหลายสาขา จึงสามารถเลือกสาขาที่สะดวกและสอบถามรายละเอียดการให้บริการหรือการประเมินก่อนตัดสินใจได้ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q: Juvederm CC ละกี่บาท?

A: ราคาขึ้นอยู่กับรุ่น ปริมาณ และโปรโมชั่นของแต่ละช่วงเวลา จึงควรสอบถาม Class Clinic เพื่อเช็กราคาล่าสุดก่อนตัดสินใจ

Q: ฟิลเลอร์ Juvederm 1 cc ฉีดได้กี่จุด?

A: ฟิลเลอร์ Juvederm 1 cc อาจใช้กับจุดเดียวหรือแบ่งหลายบริเวณได้ ขึ้นอยู่กับปัญหาและแผนการรักษาที่แพทย์ประเมินค่ะ

Q: ใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm ฉีดปากดีอย่างไร?

A: มี Juvederm หลายรุ่นที่ใช้กับริมฝีปาก โดยช่วยเพิ่มวอลลุ่มและปรับแต่งรูปทรงได้

สรุปเกี่ยวกับ Juvederm filler

Juvederm เป็นฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA) ที่มีหลายรุ่นและมีคุณสมบัติแตกต่างกัน จึงสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละบริเวณและปัญหาได้ค่ะ สิ่งสำคัญคือควรให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูดีและปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงตามมา

หากต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์หรือหัตถการอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถดูบริการและรายละเอียดของ Class Clinic ได้ที่ https://classclinic-official.com/ ซึ่งมีบริการฟิลเลอร์และการดูแลด้านความงามโดยทีมแพทย์ค่ะ