
Hyamax Filler คืออะไร? ฟิลเลอร์สวิตเซอร์แลนด์ที่ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน
ถ้าคุณกำลังมองหาฟิลเลอร์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่บวมเป็นก้อน และอยู่ได้นานพอที่จะคุ้มค่าจริงๆ Hyamax Filler คือหนึ่งในตัวเลือกที่หลายคลินิกชั้นนำเลือกใช้ เพราะมีเทคโนโลยีการผลิตที่แตกต่างและมาตรฐานความปลอดภัยที่พิสูจน์มาแล้วกว่า 20 ปีจากยุโรป
บทความนี้ ClassClinic คลาสคลินิก จะพาคุณทำความรู้จัก Hyamax Filler อย่างละเอียด ตั้งแต่ว่าคืออะไร เทคโนโลยีอะไรทำให้มันต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไป แต่ละรุ่นเหมาะกับอะไร และใครที่เหมาะจะฉีด Hyamax
Hyamax Filler คืออะไร?

Hyamax Filler คือฟิลเลอร์ในกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) คุณภาพสูงที่พัฒนาโดย BioScience GmbH บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน HA ระดับโลกจากเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ ที่สั่งสมประสบการณ์มากว่า 20 ปี ปัจจุบันจำหน่ายและใช้งานอยู่ในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก
จุดเด่นของ Hyamax ที่ทำให้แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปคือมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบถ้วน ผ่านการรับรองจากทั้ง GMP, ISO, CE Certificate จาก EU และ FDA รวมถึงตัวผลิตภัณฑ์ทำจาก Hyaluronic Acid สังเคราะห์ที่ไม่ได้มาจากสัตว์ ทำให้ความเสี่ยงแพ้ต่ำมากและสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ 100% ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย
เทคโนโลยีของ Hyamax
Hyamax Filler ไม่ได้มีแค่ตัว HA แต่ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อควบคุมโครงสร้างของเจล ได้แก่ CD™ Cross-linking Technology และ M-DOVETL™ Hybrid Technology ซึ่งแต่ละแบบมีหลักการแตกต่างกัน
CD™ Cross-linking Technology** เป็นเทคโนโลยีที่ผสานการเชื่อมโยงโมเลกุล HA ทั้งในเชิงกายภาพและเคมี เพื่อสร้างโครงสร้างเจลที่มีความคงตัว โดยเทคโนโลยีนี้ช่วยควบคุมคุณสมบัติด้าน Rheology หรือพฤติกรรมการไหลและการตอบสนองของเจลต่อแรงต่างๆ ซึ่งเป็นรายละเอียดสำคัญของฟิลเลอร์แต่ละชนิด
ส่วน M-DOVETL™ Hybrid Technology เป็นแนวทางการผสม HA ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงและต่ำเข้าด้วยกัน โดยอาศัยกระบวนการทางกายภาพแทนการใช้สารเคมีสำหรับการเชื่อมขวางในเทคโนโลยีนี้ จุดที่น่าสนใจจึงอยู่ที่การออกแบบโครงสร้าง HA ให้มีคุณสมบัติเฉพาะตามวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์
Hyamax เหมาะกับใครบ้าง?
Hyamax Filler มีคุณสมบัติและข้อบ่งใช้แตกต่างกัน เหมาะกับการใช้งานตั้งแต่ริ้วรอยตื้น ร่องลึก ไปจนถึงการเติมวอลลุ่มและปรับรูปหน้า ดังนั้นจึงอาจเหมาะกับผู้ที่มีความต้องการลักษณะต่างๆ ดังนี้
- ผู้ที่ต้องการเติมเต็มริ้วรอยหรือร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้มและร่องมุมปาก โดยต้องเลือกรุ่นให้เหมาะกับระดับความลึก
- ผู้ที่ต้องการเติมวอลลุ่มในบริเวณที่ดูตอบหรือยุบลง เช่น แก้มหรือขมับ ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินชั้นผิวและปริมาณที่เหมาะสมก่อน
- ผู้ที่ต้องการปรับรายละเอียดบริเวณริมฝีปาก โดย Hyamax มีรุ่นที่เหมาะสำหรับเพิ่มวอลลุ่มและปรับรูปทรงริมฝีปากโดยเฉพาะ
- ผู้ที่มีริ้วรอยตื้นหรือเส้นเล็กๆ ในบริเวณที่ต้องการความละเอียด เช่น รอบปากหรือหางตา
ฟิลเลอร์ Hyamax ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?

- ริมฝีปาก – รุ่น Plus Lips เนื้อเจลออกแบบมาสำหรับเพิ่มวอลลุ่ม พร้อมช่วยเติมเต็มและปรับรูปทรงริมฝีปากให้ดูได้สัดส่วนมากขึ้น
- ร่องแก้มและร่องมุมปาก – รุ่น Plus Deep เหมาะกับการเติมเต็มริ้วรอยระดับปานกลางถึงลึก เช่น Nasolabial Folds หรือร่องแก้ม และ Marionette Lines หรือร่องมุมปาก
- รอบดวงตา – สำหรับบริเวณที่มีริ้วรอยตื้นและเส้นเล็กๆ เช่น Crow’s Feet หรือหางตา สามารถเลือกใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่มีคุณสมบัติเหมาะกับบริเวณละเอียดอ่อนรอบดวงตาได้
- แก้มและขมับ – รุ่น Plus Extra Deep เหมาะสำหรับบริเวณที่ต้องการเติมวอลลุ่มในชั้นเนื้อเยื่อที่ลึกขึ้น เช่น แก้มหรือขมับที่ดูตอบ
คางและกรอบหน้า – ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะกับการเติมวอลลุ่มในชั้นลึก สามารถนำมาใช้เพื่อช่วยปรับ Contour ของคางและ Jawline ให้สอดคล้องกับโครงสร้างใบหน้ามากขึ้น - จมูก – ฟิลเลอร์บางรุ่นสามารถนำมาใช้เพื่อเติมเต็มและปรับ Contour บริเวณจมูกได้ แต่เป็นตำแหน่งที่ต้องอาศัยความรู้ด้านกายวิภาคและเทคนิคของแพทย์เป็นพิเศษ
ใครไม่ควรฉีด ฟิลเลอร์ Hyamax

- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากความปลอดภัยของ Hyamax ในกลุ่มนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ จึงควรหลีกเลี่ยง
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ Hyaluronic Acid หรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีอาการแพ้รุนแรง ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
- ผู้ที่แพ้ยาชา Lidocaine สำหรับ Hyamax Filler รุ่นที่มี Lidocaine เป็นส่วนประกอบ ควรแจ้งประวัติการแพ้ให้แพทย์ทราบก่อนฉีด
- ผู้ที่มีผิวหนังบริเวณที่จะฉีดอักเสบหรือติดเชื้ออยู่ เช่น สิวอักเสบ เริม หรือแผลที่ยังไม่หาย ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อน
- ผู้ที่มีประวัติแพ้หลายชนิดหรือเคยเกิด Anaphylaxis ควรให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงเป็นรายบุคคลก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ เนื่องจาก Hyamax บางรุ่นระบุให้หลีกเลี่ยงในผู้ที่มีความเสี่ยงดังกล่าว
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ควรแจ้งแพทย์และให้ประเมินก่อนทำหัตถการ ไม่ควรหยุดยาเอง
ฟิลเลอร์ Hyamax สามารถใช้แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

จุดประสงค์หลักของ Hyamax Filler คือการเติมเต็มบริเวณที่สูญเสียปริมาตร รวมถึงช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก โดยแต่ละรุ่นจะมีความเหมาะสมต่างกันตามปัญหาและตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข
ริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้า : เช่น ร่องแก้ม (Nasolabial Folds) และร่องมุมปาก (Marionette Lines) โดยรุ่น Plus Deep ออกแบบมาสำหรับริ้วรอยระดับปานกลางถึงลึก
ริ้วรอยตื้นและเส้นเล็กๆ : เช่น ริ้วรอยรอบดวงตาและรอบปาก ซึ่งรุ่น Plus Fine เน้นการใช้งานกับบริเวณที่ต้องการความละเอียด
ใบหน้าที่สูญเสียวอลลุ่ม : บริเวณอย่างแก้ม ขมับ หรือกรอบหน้าที่ดูมีวอลลุ่มลดลง สามารถพิจารณาฟิลเลอร์ที่ออกแบบมาสำหรับการเติมเต็มในชั้นที่ลึกขึ้น เช่น Plus Extra Deep
ริมฝีปากที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับรูปทรง : รุ่น Plus Lips เน้นการเติมเต็มและช่วยกำหนดขอบทรงของริมฝีปาก
การปรับคอนทัวร์ของใบหน้า : ในกรณีที่ต้องการเติมวอลลุ่มเพื่อช่วยสร้างมิติบริเวณโครงหน้า การเลือกผลิตภัณฑ์ควรขึ้นอยู่กับตำแหน่งและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน
การเตรียมตัวก่อนฉีด Hyamax Filler
แจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ ทั้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา แพ้สารต่างๆ รวมถึงยาหรืออาหารเสริมที่รับประทานอยู่ โดยเฉพาะยาที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเลือดออกหรือรอยช้ำ
เช็กสภาพผิวก่อนฉีด หากบริเวณที่จะฉีดมีการอักเสบ ติดเชื้อ สิวอักเสบ หรือมีผื่น ควรแจ้งแพทย์และเลื่อนการทำออกไปก่อนจนกว่าจะหายดี
ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งด้วยตัวเอง หากกำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนว่าจำเป็นต้องปรับยาหรือไม่
พักผ่อนให้เพียงพอและดูแลร่างกายตามปกติ ควรมาในวันที่ร่างกายพร้อม และหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจกระตุ้นให้เกิดรอยช้ำตามคำแนะนำของแพทย์
พูดคุยเรื่องผลลัพธ์ที่ต้องการให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเติมร่องลึก เพิ่มวอลลุ่ม หรือปรับรูปหน้า เพื่อให้แพทย์ประเมินว่าฟิลเลอร์เหมาะกับปัญหานั้นหรือไม่
ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนฉีด ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่บรรจุภัณฑ์สมบูรณ์ ตรวจสอบแหล่งที่มาและฉลากให้เรียบร้อย เพราะฟิลเลอร์เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ควรซื้อมาใช้หรือฉีดเอง
การดูแลตัวเองหลังฉีด Hyamax Filler
หลังฉีด Hyamax Filler ช่วงแรกอาจมีอาการบวม แดง ช้ำ หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีดได้ ซึ่งอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง ช่วงนี้จึงเน้นดูแลแบบเบาๆ และให้ผิวได้พักก่อน ไม่ต้องรีบไปทำกิจกรรมหนักๆ หรือกดนวดบริเวณที่ฉีด
พักการออกกำลังกายหนักประมาณ 24 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดโอกาสที่อาการบวมและรอยช้ำจะเพิ่มขึ้น
หลีกเลี่ยงความร้อนจัดและแสงแดด ในช่วงแรก เช่น ซาวน่า หรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนมาก เพราะอาจกระตุ้นให้บวมและแดงมากขึ้น
ไม่จับ กด หรือนวดบริเวณที่ฉีด เว้นแต่แพทย์จะแนะนำ เพราะการกดหรือคลึงโดยไม่จำเป็นอาจรบกวนตำแหน่งของฟิลเลอร์ได้
ดูแลผิวอย่างอ่อนโยนและหลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่นบริเวณเดียวกันจนกว่าแพทย์จะประเมินว่าพร้อม
สังเกตอาการหลังฉีด หากมีอาการปวดผิดปกติ ผิวบริเวณฉีดเปลี่ยนเป็นสีขาว เทา หรือคล้ำผิดปกติ รวมถึงมีความผิดปกติด้านการมองเห็น ควรติดต่อแพทย์และรับการประเมินโดยเร็ว
เทคโนโลยีพิเศษ 2 ประเภทที่ทำให้ Hyamax โดดเด่น
สิ่งที่ทำให้ Hyamax แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างแท้จริงคือการมีเทคโนโลยีการผลิต 2 ประเภทในแบรนด์เดียว ซึ่งแต่ละประเภทให้คุณสมบัติที่ต่างกัน ทำให้แพทย์เลือกใช้ได้ตรงกับจุดประสงค์
Biphasic Technology (Cross-linked): เทคโนโลยีนี้ช่วยลดการใช้สาร BDDE ซึ่งเป็นสารเชื่อมโมเลกุลที่ถ้าใช้มากเกินไปอาจก่อการอักเสบได้ การลด BDDE ทำให้โอกาสแพ้หลังฉีดต่ำลงมาก เนื้อฟิลเลอร์มีความละเอียด เนียนเป็นธรรมชาติ กระจายตัวได้ดี ไม่เป็นก้อน เหมาะกับบริเวณที่ต้องการความนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติสูง เช่น ใต้ตา ริ้วรอยตื้น
Monophasic Technology (Stereocrosslinking): เทคโนโลยีนี้เพิ่มการเชื่อมพันธะระหว่างโมเลกุล HA ให้แน่นและสม่ำเสมอทั่วทั้งเจล ทำให้ฟิลเลอร์ยึดเกาะกันได้ดีเยี่ยม ทนทานต่อแรงกด ขึ้นรูปได้แม่นยำ และไม่เคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง เหมาะสำหรับงานปั้นโครงหน้า เสริมคาง หรือบริเวณที่ต้องการความคงตัวสูง
การมีทั้งสองเทคโนโลยีในแบรนด์เดียวทำให้ Hyamax ครอบคลุมทุกความต้องการของการฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นงานละเอียดหรืองานโครงสร้าง

Hyamax Filler มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นเหมาะกับอะไร?
Hyamax ถูกออกแบบมาหลายรุ่นเพื่อให้แพทย์เลือกใช้ได้ตรงกับปัญหาและตำแหน่งที่ฉีดของแต่ละคน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะฟิลเลอร์ที่ดีต้องเลือกให้เหมาะกับงาน ไม่ใช่ใช้รุ่นเดียวกับทุกจุด
รุ่น | เหมาะกับ | ตำแหน่งที่ฉีด | อยู่ได้นาน |
Hyamax Lips | เติมปาก เพิ่ม Volume | ริมฝีปากบน-ล่าง | 6-9 เดือน |
Hyamax Plus Fine | ริ้วรอยตื้น-ลึก | ใต้ตา หัวคิ้ว ข้างปาก | 6-9 เดือน |
Hyamax Extra Deep | ปรับโครงหน้า | คาง ขมับ กรอบหน้า ร่องแก้ม | 6-12 เดือน |
Hyamax Plus | เติม Volume ขนาดใหญ่ | แก้ม หน้าผาก ยกกระชับ | 9-18 เดือน |
การเลือกรุ่นที่เหมาะสมจะช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติที่สุดและอยู่ได้นานที่สุด ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินและแนะนำรุ่นที่เหมาะกับสภาพใบหน้าของคุณโดยเฉพาะ

ฉีด Hyamax Filler แล้วได้ผลลัพธ์อะไร?
เติมเต็มริมฝีปาก: สำหรับคนที่อยากได้ปากอิ่มฟู มีวอลลุ่ม หรืออยากปรับรูปปากให้ชัดขึ้น Hyamax Lips ถูกออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เนื้อเจลยืดหยุ่นสูงทำให้ปากนุ่มเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งกระด้าง
ลดริ้วรอย ร่องลึก: ร่องใต้ตา ร่องแก้ม ริ้วรอยข้างปาก สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณแรกของการเสื่อมสภาพที่ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย Hyamax Plus Fine ช่วยเติมเต็มได้อย่างเรียบเนียน ผิวดูเนียนและสดใสขึ้น
ปรับโครงหน้า เสริมคาง: สำหรับคนที่อยากมีคางที่ชัดขึ้น กรอบหน้าที่เด่นขึ้น หรืออยากลดความตอบของขมับ Hyamax Extra Deep ให้ความคงตัวและขึ้นรูปได้แม่นยำ ผลลัพธ์ชัดเจนและอยู่ได้นาน
ยกกระชับ เติม Volume: แก้มที่ดูแบนลงตามอายุ หน้าผากที่ยุบ หรือส่วนที่ขาดมิติ Hyamax Plus ช่วยเติมความฟูและมิติให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่ดูเกินพอดี
ความปลอดภัยและผลลัพธ์หลังฉีด
สำหรับ Hyamax Filler ซึ่งเป็นฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ผลลัพธ์หลังฉีดจะขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือก ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณ รวมถึงโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน จึงไม่ควรคาดหวังว่าผลลัพธ์จะเหมือนกันทุกคน และฟิลเลอร์กลุ่ม HA โดยทั่วไปเป็นสารเติมเต็มที่ร่างกายสามารถค่อยๆ สลายได้ตามเวลา
หลังฉีดอาจพบอาการชั่วคราว เช่น บวม แดง ช้ำ เจ็บหรือกดรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ฟิลเลอร์เป็นหัตถการทางการแพทย์ จึงมีความเสี่ยงที่ต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะการฉีดเข้าสู่หลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
ข้อดี-ข้อเสียของฟิลเลอร์ Hyamax มีอะไรบ้าง?
ข้อดีของ Hyamax
มีหลายรุ่นให้เลือก : Hyamax มีทั้งกลุ่ม HA+ และ PLUS Series ซึ่งมีคุณสมบัติของเนื้อเจลแตกต่างกัน จึงสามารถเลือกให้เหมาะกับลักษณะการเติมเต็มและบริเวณที่ต้องการได้
ใช้ Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารเติมเต็ม : HA เป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกาย และฟิลเลอร์ HA จัดอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็มที่ร่างกายสามารถค่อยๆ ดูดซึมได้
ช่วยเติมเต็มและเพิ่มวอลลุ่มเฉพาะจุด : สามารถนำมาใช้กับปัญหาอย่างริ้วรอย ร่องลึก หรือบริเวณที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่ม ทั้งนี้ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับข้อบ่งใช้
มีเทคโนโลยีที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม : เช่น HA+ ใช้เทคโนโลยี Cross-linking เพื่อพัฒนาโครงสร้างของเจล ทำให้แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับการใช้งาน
ข้อเสียและข้อควรรู้
ผลลัพธ์ไม่ได้เหมือนกันทุกคน : ผลที่ได้ขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์ ตำแหน่ง ปริมาณ เทคนิคการฉีด และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน
อาจมีอาการบวม แดง ช้ำ หรือเจ็บบริเวณที่ฉีด : อาการเหล่านี้เป็นผลข้างเคียงที่พบได้หลังฉีดฟิลเลอร์ และหลายกรณีค่อยๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์
มีความเสี่ยงจากการฉีด แม้จะพบไม่บ่อย : เช่น การติดเชื้อ ก้อนหรือตุ่มใต้ผิวหนัง ปฏิกิริยาการอักเสบ หรือการฉีดเข้าสู่หลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ
ต้องเลือกฉีดโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาค : เพราะตำแหน่งฉีดและชั้นเนื้อเยื่อมีผลต่อผลลัพธ์และความปลอดภัย การประเมินก่อนฉีดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ
ทำไม Hyamax ถึงให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ?
หลายคนกังวลเรื่องฟิลเลอร์ว่าจะบวมเป็นก้อน หรือดูผิดปกติ ความกังวลนี้มักเกิดจากการเลือกฟิลเลอร์ผิดรุ่น หรือฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ แต่คุณสมบัติของ Hyamax เองก็มีส่วนช่วยอย่างมาก
เนื้อเจล Hyamax มีความยืดหยุ่นสูง กระจายตัวได้ดี ไม่เป็นก้อน และมีความสามารถในการอุ้มน้ำที่ดีเยี่ยม ทำให้ผิวรอบๆ บริเวณที่ฉีดดูนุ่ม เนียน มีมิติ ไม่ดูแข็งหรือปลอม นอกจากนี้การที่ Hyamax ลด BDDE ลงก็ช่วยลดโอกาสเกิดอาการบวมแดงหลังฉีดได้มากกว่าฟิลเลอร์รุ่นเก่า
หลังฉีด Hyamax Filler ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์มีผลต่อทั้งความสวยงามและระยะเวลาที่ผลลัพธ์จะคงอยู่ 24-48 ชั่วโมงแรก: หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด ไม่ออกกำลังกายหนัก และหลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่าหรืออ่างน้ำร้อน 1 สัปดาห์แรก: หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปเสมอ งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้น ระยะยาว: ดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยให้ HA ในฟิลเลอร์อุ้มน้ำได้ดีขึ้น ใช้ครีมบำรุงที่มีคุณภาพเพื่อช่วยรักษาสภาพผิวรอบบริเวณที่ฉีด อาการบวมหรือแดงเล็กน้อยหลังฉีดเป็นเรื่องปกติ และมักหายไปภายใน 2-5 วัน สำหรับบริเวณที่บอบบางอย่างริมฝีปากหรือใต้ตาอาจนานถึง 5-7 วัน ผลลัพธ์เต็มที่จะเห็นชัดหลังอาการบวมลดลงแล้ว
วิธีเช็ก Filler Hyamax ของแท้
เช็กชื่อรุ่นและรายละเอียดบนกล่อง : ดูชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่น เลขล็อต (Lot Number) และวันหมดอายุให้ครบถ้วน ข้อมูลควรชัดเจนและสอดคล้องกัน
ตรวจสอบแหล่งที่มา : เช็กข้อมูลตัวแทนจำหน่ายหรือช่องทางตรวจสอบของ Hyamax โดยตรง เพื่อช่วยยืนยันที่มาของผลิตภัณฑ์
เช็กข้อมูลกับ อย. : นำชื่อผลิตภัณฑ์หรือเลขทะเบียนที่ระบุบนฉลากไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของ อย. เพื่อดูว่าข้อมูลตรงกันหรือไม่
ขอดูผลิตภัณฑ์ก่อนฉีด : ก่อนทำหัตถการ สามารถขอดูกล่องและผลิตภัณฑ์จริง ตรวจสอบ Lot Number และวันหมดอายุอีกครั้งได้
เลือกคลินิกและแพทย์ที่น่าเชื่อถือ : นอกจากเช็กว่า Hyamax Filler เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบได้แล้ว ควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่ารุ่นและตำแหน่งที่เลือกเหมาะกับเราหรือไม่
ฉีด Hyamax ที่ไหนดี ปลอดภัยได้มาตรฐาน
นอกจากเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับตัวเองแล้ว สถานที่ฉีดก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม แนะนำให้เลือกสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และตรวจสอบผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ก่อนรับบริการ
เลือกคลินิกที่มีแพทย์ประเมินก่อนฉีด เพราะฟิลเลอร์แต่ละรุ่นแตกต่างกัน การประเมินโครงสร้างใบหน้าและปัญหาของแต่ละคนจึงสำคัญ
ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนฉีด สามารถขอดูกล่อง เลขล็อต และข้อมูลผลิตภัณฑ์ เพื่อนำไปตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลทางการได้ โดย อย. แนะนำให้ตรวจสอบเลขทะเบียนหรือถ่ายรูปผลิตภัณฑ์ไว้ก่อนรับบริการ
ดูมาตรฐานของคลินิกควบคู่กัน ไม่ว่าจะเป็นความสะอาด ขั้นตอนการให้บริการ และการดูแลโดยแพทย์
ทำไมควรเลือกฉีด Hyamax Filler ที่คลาสคลินิก
Class Clinic ให้ความสำคัญกับการประเมินใบหน้าเป็นรายบุคคล ไม่ยึดเทคนิคการฉีดแบบเดียวกับทุกคน โดยแพทย์จะพิจารณาทั้งโครงสร้างใบหน้า ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และตำแหน่งที่จะฉีด เพื่อวางแผนให้เหมาะกับแต่ละเคสค่ะ อีกจุดคือมีการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์และเครื่องมือ พร้อมดูแลโดยแพทย์ และมีบริการด้านการปรับรูปหน้าอย่าง Filler, Botox และหัตถการอื่นๆ ทำให้สามารถวางแผนการดูแลได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
Hyamax ราคาเท่าไร
สำหรับ Hyamax Filler ตอนนี้ Class Clinic มีโปรโมชันราคาเริ่มต้นประมาณ 2,590 บาทต่อ CC แต่ราคาจริงอาจแตกต่างกันตามรุ่น ปริมาณที่ใช้ และบริเวณที่ต้องการฉีด จึงควรเช็กรายละเอียดของโปรโมชันและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจค่ะ
รีวิว Hyamax Filler
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Hyamax Filler
Q: Hyamax Filler เป็นของประเทศอะไร?
A: Hyamax Filler เป็นฟิลเลอร์จาก Laboratories Hyamed SA ซึ่งมีฐานอยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
Q: ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาควรนำฟิลเลอร์ Hyamax รุ่นไหนมาฉีด?
A: บริเวณใต้ตาควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับชั้นเนื้อเยื่อและข้อบ่งใช้
Q: Hyamax Filler รุ่นไหนเหมาะกับการนำมาฉีดฟิลเลอร์ปาก?
A: Plus Lips เป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับริมฝีปากโดยเฉพาะ ทั้งการเพิ่มวอลลุ่มและช่วยกำหนดรูปทรง
Q: ฟิลเลอร์ Hyamax รุ่นไหนอยู่ได้นานที่สุด?
A: ในกลุ่มที่มีข้อมูลระยะเวลาผลิตภัณฑ์ Hyamax V ระบุผลลัพธ์ได้นานสูงสุด 18 เดือน จึงเป็นรุ่นที่มีระยะเวลาที่ระบุไว้ยาวที่สุดในกลุ่มนี้
Q : Hyamax Filler เจ็บไหม?
A : ฟิลเลอร์รุ่นใหม่ของ Hyamax หลายรุ่นมียาชา (Lidocaine) ผสมอยู่แล้ว นอกจากนี้ก่อนฉีดแพทย์มักทายาชาไว้ก่อน 20-30 นาที ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยมาก ส่วนใหญ่ที่รู้สึกคือหน่วงๆ เล็กน้อยระหว่างฉีด
Q : Hyamax Filler อยู่ได้นานแค่ไหน?
A : ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ฉีดและตำแหน่ง โดยทั่วไป Hyamax อยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน บริเวณที่ขยับบ่อยอย่างริมฝีปากจะสลายเร็วกว่า ส่วนบริเวณที่เคลื่อนไหวน้อยอย่างขมับหรือคางจะอยู่ได้นานกว่า
Q : ถ้าไม่พอใจผลลัพธ์ แก้ไขได้ไหม?
A : ได้ครับ เนื่องจาก Hyamax เป็น HA ที่แท้จริง สามารถฉีดสลายด้วย Hyaluronidase ได้ทุกเมื่อ ต่างจากฟิลเลอร์ที่ไม่ใช่ HA ซึ่งฉีดสลายไม่ได้ นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่การเลือกฟิลเลอร์กลุ่ม HA แท้มีความสำคัญมาก
Q: HyaMax สลายเองได้จริงไหม?
A: ได้ค่ะ เนื่องจากเป็นฟิลเลอร์ที่มี Hyaluronic Acid (HA) เป็นส่วนประกอบหลัก ร่างกายจึงค่อยๆ สลายและดูดซึมได้ตามเวลา โดยระยะเวลาขึ้นกับรุ่นและแต่ละบุคคลค่ะ
ฉีดรุ่น EXTRA DEEP เจ็บไหม?
A: ความรู้สึกขณะฉีดแตกต่างกันในแต่ละคน และขึ้นอยู่กับตำแหน่งและเทคนิคการฉีดค่ะ
สรุป
Hyamax Filler ไม่ใช่แค่ฟิลเลอร์ทั่วไป แต่คือฟิลเลอร์ที่พัฒนามาจากประสบการณ์กว่า 20 ปีในวงการ HA จากยุโรป ด้วยเทคโนโลยี 2 ประเภทที่ออกแบบมาเพื่องานที่ต่างกัน มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และเนื้อเจลที่เนียนเป็นธรรมชาติไม่เป็นก้อน
ไม่ว่าจะอยากเติมปาก ลดร่องลึก เสริมคาง หรือยกกระชับหน้า Hyamax มีรุ่นที่ตรงกับความต้องการของคุณ สิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกยี่ห้อคือการเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์และประเมินใบหน้าของคุณอย่างละเอียดก่อน
ที่ ClassClinic คลินิกความงาม เรามีบริการฉีด Hyamax Filler โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะประเมินสภาพใบหน้าและแนะนำรุ่นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติและตรงกับสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ
ClassClinic คลาสคลินิก | ปรึกษาและนัดหมายได้เลยวันนี้

Juvederm ฟิลเลอร์ มีกี่รุ่น? แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร? ราคาเท่าไหร่ อยากฉีดฟิลเลอร์ Juvederm แต่เลือกไม่ถูกใช่ไหม? เพราะฟิลเลอร์จูวีเดิร์มแต่ละรุ่นช่วยแก้ปัญหาและเติมเต็มในบริเวณที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการเติมความละมุนให้ริมฝีปาก

จุดเริ่มต้นของคลาสคลินิก จากห้องแถว 2 คูหา สู่ 35 สาขาทั่วประเทศ “เราเชื่อว่า ความสวยที่มีคุณภาพ ไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องจ่ายแพง”

Class Clinic คว้ารางวัลใหญ่ ELITE AESTHETIC CLINIC ยอดใช้ฟิลเลอร์สูงสุดในประเทศไทย CLASS CLINIC เดินหน้าสร้างอีกหนึ่งโมเมนต์แห่งความภาคภูมิใจ